📖 ศึกษาข้อสอบพร้อมเฉลย

ทบทวนแนวข้อสอบใบขับขี่เจาะลึกแต่ละหมวดหมู่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณมั่นใจ 100% ก่อนลงสนามจริง

หมวด: ข้อสอบใบขับขี่ กฎหมายว่าด้วยรถยนต์

มีข้อสอบทั้งหมด 86 ข้อ
1

เมื่อใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดต้องยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 20 วัน
2. 30 วัน
3. 15 วัน
4. 45 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมายเกี่ยวกับการใช้รถ หากใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ถือใบอนุญาตจะต้องดำเนินการติดต่อขอยื่นรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ
2

ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีความผิดอย่างไร

1. จำคุกไม่เกิน 1 ปี
2. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
4. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
คำอธิบายเพิ่มเติม การขับขี่รถบนท้องถนนโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจรและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3

ใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราวมีอายุกี่ปี

1. 1 ปี
2. 2 ปี
3. 3 ปี
4. 4 ปี
คำอธิบายเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่ทำใบขับขี่ใหม่เป็นครั้งแรก จะได้รับใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว ซึ่งในปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้มีอายุการใช้งาน 2 ปี
4

ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุมีความผิดอย่างไร

1. ปรับไม่เกินห้าพันบาท
2. จำคุกไม่เกินสามเดือน
3. ปรับไม่เกินสองพันบาท
4. จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
คำอธิบายเพิ่มเติม การใช้ใบอนุญาตขับรถที่หมดอายุแล้วถือว่าเป็นการใช้เอกสารที่ไม่สมบูรณ์ในการขับขี่ หากถูกเจ้าพนักงานตรวจพบจะมีความผิดและมีระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
5

รถที่ไม่เสียภาษีประจำปีภายในกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มเท่าใด

1. ร้อยละ 1 ต่อเดือน
2. ร้อยละ 1 ต่อปี
3. ร้อยละ 10 ต่อเดือน
4. ร้อยละ 20 ต่อปี
คำอธิบายเพิ่มเติม หากเจ้าของรถหลีกเลี่ยง ลืม หรือล่าช้าในการชำระภาษีรถประจำปีตามกำหนด จะต้องเสียค่าปรับ (เงินเพิ่ม) ในอัตราร้อยละ 1 ของค่าภาษีต่อเดือนที่ล่าช้าครับ (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)
6

การโอนรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 15 วัน
2. 45 วัน
3. 20 วัน
4. 30 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อมีการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ หรือเปลี่ยนตัวเจ้าของรถ ผู้รับโอนจะต้องดำเนินการแจ้งเปลี่ยนชื่อและโอนรถต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ระบุในเอกสารการโอน
7

การเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 7 วัน
2. 10 วัน
3. 15 วัน
4. 20 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม หากมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนสีรถยนต์ไปจากเดิมที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถมีหน้าที่ต้องนำรถไปตรวจสภาพและแจ้งการเปลี่ยนสีต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน เพื่อให้ข้อมูลในคู่มือจดทะเบียนตรงกับสภาพจริง
8

การต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (5 ปี) สามารถต่อก่อนล่วงหน้าได้เท่าใด

1. 3 เดือน
2. 4 เดือน
3. 6 เดือน
4. 5 เดือน
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ผู้ถือใบอนุญาตขับรถแบบ 5 ปี สามารถดำเนินการขอต่ออายุล่วงหน้าได้สูงสุดถึง 6 เดือนก่อนถึงวันหมดอายุ
9

รถยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

1. 5 ปี
2. 6 ปี
3. 3 ปี
4. 7 ปี
คำอธิบายเพิ่มเติม รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเมื่อมีอายุการใช้งานครบ 7 ปี (นับจากปีที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องผ่านการตรวจสภาพความพร้อมของรถที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อน จึงจะสามารถนำใบรับรองไปต่อภาษีประจำปีได้
10

การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 30 วัน
2. 15 วัน
3. 25 วัน
4. 20 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าของรถย้ายภูมิลำเนาและต้องการย้ายทะเบียนรถไปยังจังหวัดอื่น กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการแจ้งต่อนายทะเบียนปลายทางเพื่อขอย้ายรถเข้าภายใน 15 วัน
11

รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

1. 1 ปี
2. 3 ปี
3. 2 ปี
4. 5 ปี
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมาย รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อน จึงจะสามารถชำระภาษีประจำปีได้ครับ (ต่างจากรถยนต์ส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ที่ 7 ปี)
12

ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถ” หมายความว่า

1. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
2. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง
3. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์
4. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถแทรกเตอร์
คำอธิบายเพิ่มเติม บทนิยามตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้ระบุความหมายของคำว่า "รถ" ไว้อย่างกว้างขวางและครอบคลุมยานพาหนะทุกประเภทข้างต้น รวมถึงรถอื่น ๆ ที่อาจมีการกำหนดเพิ่มเติมในกฎกระทรวงด้วย
13

ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถยนต์” หมายความว่า

1. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่
2. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
3. รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
4. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ได้จำแนกประเภทใหญ่ ๆ ของ "รถยนต์" ออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งาน คือ รถยนต์รับจ้างสาธารณะ รถยนต์บริการ (เช่น รถเช่าหรือรถทัศนาจร) และรถยนต์ส่วนบุคคล
14

ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถจักรยานยนต์” หมายความว่า

1. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีถ่วงข้างมีล้ออีกไม่เกินหนึ่งล้อ
2. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ
3. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์มีล้อไม่เกินสองล้อ
4. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อเกินสองล้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นคำนิยามทางกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุด โดยครอบคลุมทั้งรถสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้า และรวมถึงรถจักรยานยนต์ที่มีพ่วงข้าง (ล้อถ่วงข้างเพิ่มไม่เกิน 1 ล้อ) ด้วย
15

ข้อใดไม่ใช่ “รถยนต์รับจ้างสาธารณะ”

1. รถแท็กซี่
2. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
3. รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ
4. รถสามล้อรับจ้างสาธารณะ
คำอธิบายเพิ่มเติม รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ถูกจดทะเบียนไว้เพื่อใช้ในกิจการส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อรับจ้างขนส่งผู้โดยสารทั่วไปเหมือนรถแท็กซี่ รถสามล้อสาธารณะ หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง
16

ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถยนต์บริการ” หมายความว่า

1. รถยนต์ให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน
2. รถยนต์บรรทุกคนโดยสารซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน
3. รถยนต์บรรทุกคนโดยสารหรือให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน
4. รถยนต์บรรทุกคนโดยสารหรือให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารเกินเจ็ดคน
คำอธิบายเพิ่มเติม ข้อจำกัดทางกฎหมายของ "รถยนต์บริการ" (เช่น รถยนต์บริการธุรกิจ หรือรถยนต์บริการทัศนาจร) คือต้องเป็นรถยนต์ที่บรรทุกคนโดยสารหรือให้เช่าโดยมีจำนวนที่นั่งระบุไว้ไม่เกิน 7 ที่นั่ง
17

ข้อใดคือ “รถยนต์ส่วนบุคคล”

1. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
2. รถแท็กซี่
3. รถสามล้อรับจ้างสาธารณะ
4. รถยนต์ป้ายแดง
คำอธิบายเพิ่มเติม ในบรรดาตัวเลือกที่ให้มา รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลถือเป็นยานพาหนะประเภทส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ส่วนข้ออื่น ๆ เช่น แท็กซี่หรือสามล้อรับจ้าง จัดเป็นรถสาธารณะ และรถป้ายแดงคือรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนถาวร
18

รถที่นำมาใช้บนถนนต้องมีลักษณะอย่างไร

1. รถที่โคมไฟหน้าไม่ติด
2. รถที่มีเสียงดัง.90 เดซิเบล A
3. รถที่มีควันดำ 55 เปอร์เซ็นต์
4. รถที่จดทะเบียนและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว
คำอธิบายเพิ่มเติม เงื่อนไขสำคัญที่สุดในการนำรถมาวิ่งบนทางหลวงอย่างถูกต้องคือ รถต้องผ่านการจดทะเบียน มีแผ่นป้าย และชำระภาษีประจำปีเรียบร้อย รวมถึงต้องมีอุปกรณ์ควบที่สมบูรณ์ (เช่น ไฟหน้าต้องติด ควันดำและเสียงต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด)
19

รถที่สามารถนำมาจดทะเบียนต้องมีลักษณะอย่างใด

1. รถต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบถูกต้องและผ่านการตรวจสภาพรถ
2. รถต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบถูกต้อง
3. รถที่ซื้อจากศูนย์จำหน่ายรถทั่วไป
4. รถที่ผ่านการตรวจสภาพรถจาก.สภานตรวจภาพรถเอกชน
คำอธิบายเพิ่มเติม การขอจดทะเบียนรถใหม่ต่อนายทะเบียน รถคันนั้นจะต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบ (เช่น ไฟ สัญญาณ เบรก กระจก) ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย และต้องผ่านการตรวจสภาพความปลอดภัยจากทางราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับรองก่อน
20

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน

1. รถของวัด
2. รถของมูลนิธิ
3. รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
4. รถของผู้บัญชาการทหารสูงสุด
คำอธิบายเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 9 ได้บัญญัติยกเว้นไว้ชัดเจนว่า รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ต้องเสียภาษีรถประจำปี
21

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน

1. รถของวัด
2. รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
3. รถของสภากาชาดไทย
4. รถของมูลนิธิเพื่อนพึ่งภายามยาก
คำอธิบายเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้กำหนดข้อยกเว้นให้รถของกรมตำรวจ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน) ที่มีการจดทะเบียนและแสดงเครื่องหมายตามระเบียบของหน่วยงานแล้ว ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมาจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ปกติ
22

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน

1. รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด
2. รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
3. รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
4. ทุกข้อถูกต้อง
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมาย รถที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนครอบคลุมถึงรถของสำนักพระราชวังที่มีเครื่องหมายตามระเบียบ รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรถของกรมตำรวจที่ขึ้นทะเบียนตามระเบียบแล้ว
23

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน

1. รถที่เจ้าของรถแจ้งการไม่ใช้รถ
2. รถยนต์นำเข้า
3. รถสามล้อส่วนบุคคล
4. รถจักรยานยนต์นำมาใช้ในหมู่บ้าน
คำอธิบายเพิ่มเติม หากเจ้าของรถมีความประสงค์จะไม่ใช้รถและได้ไปดำเนินการ "แจ้งการไม่ใช้รถ" ต่อนายทะเบียนเรียบร้อยแล้ว รถคันดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมาจดทะเบียนหรือเสียภาษีประจำปีในระหว่างที่แจ้งงดใช้
24

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน

1. รถที่ผู้ผลิตหรือประกอบเพื่อจำหน่ายหรือที่ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่าย ผลิต ประกอบหรือนำเจ้า และยังมิได้จำหน่ายให้แก่ผู้อื่น
2. รถสามล้อส่วนบุคคล
3. รถจักรยานยนต์นำมาใช้ในหมู่บ้าน
4. รถของวัด
คำอธิบายเพิ่มเติม รถยนต์ที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต ประกอบ หรือนำเข้าโดยผู้ประกอบการเพื่อรอการจำหน่าย และยังไม่ได้ถูกขายให้แก่ผู้ซื้อหรือบุคคลอื่น จะได้รับการยกเว้นการจดทะเบียนจนกว่าจะมีการซื้อขายและนำไปใช้งานจริง
25

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถยนต์รับจ้าง
2. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
3. รถดับเพลิง
4. รถตู้ส่วนบุคคล
คำอธิบายเพิ่มเติม รถดับเพลิงถือเป็นรถที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในการบรรเทาสาธารณภัย กฎหมายจึงยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ และภาษีประจำปีให้ โดยจะเสียเพียงแค่ค่าธรรมเนียมสำหรับแผ่นป้ายทะเบียนเท่านั้น
26

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง
2. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
3. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
4. รถตู้ส่วนบุคคล
คำอธิบายเพิ่มเติม รถพยาบาลของหน่วยงานหรือองค์กรที่ใช้งานเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและสาธารณกุศล โดยไม่ได้นำไปใช้รับจ้างหรือแสวงหาผลกำไร จะได้รับสิทธิยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ยกเว้นค่าแผ่นป้ายทะเบียนเช่นเดียวกัน
27

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถตู้ส่วนบุคคล
2. รถของมูลนิธิ
3. รถของวัด
4. รถของกระทรวง.ทบวง.กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และราชการส่วนท้องถิ่นที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ เฉพาะรถที่มิได้ใช้ในทางการค้าหรือกำไร
คำอธิบายเพิ่มเติม รถของหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ที่นำมาใช้เพื่อการปฏิบัติงานตามภารกิจของรัฐ (ไม่ได้ใช้เชิงพาณิชย์) จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีรถประจำปี
28

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถบดถนนของเอกชน
2. รถบดของรัฐวิสาหกิจ
3. รถแทรกเตอร์ของเอกชน
4. รถแทรเตอร์ส่วนบุคคล
คำอธิบายเพิ่มเติม รถบดถนนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งใช้ในกิจการเพื่อสาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ จะเข้าข่ายได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม (ยกเว้นค่าป้ายทะเบียน) ตามกฎหมาย
29

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถแทรกเตอร์ของเอกชน
2. รถแทรกเตอร์ของรัฐวิสาหกิจ
3. รถบดถนนของเอกชน
4. รถบดถนนของผู้ว่าราชการจังหวัด
คำอธิบายเพิ่มเติม รถแทรกเตอร์ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ใช้ในการปฏิบัติงานของรัฐ จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ แต่ยังคงต้องเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียน
30

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถของสภากาชาดไทย
2. รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู
3. รถของวัด
4. รถของมูลนิธ่สายใจไทย
คำอธิบายเพิ่มเติม สภากาชาดไทยเป็นองค์กรการกุศลระดับชาติ กฎหมายจึงบัญญัติไว้ชัดเจนให้รถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสภากาชาดไทยได้รับการยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีรถประจำปี โดยให้ชำระเพียงค่าป้ายทะเบียน
31

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต
2. รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู
3. รถของวัด
4. รถของมูลนิธิสายใจไทย
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามความตกลงระหว่างประเทศและ พ.ร.บ.รถยนต์ รถยนต์ของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูตหรือสถานทูตต่างประเทศจะได้รับเอกสิทธิ์และข้อยกเว้นไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปี โดยเสียเพียงค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถเท่านั้น
32

รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

1. รถดับเพลิงของ อบต.
2. รถตู้ส่วนบุคคล
3. รถตู้รับจ้าง
4. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
คำอธิบายเพิ่มเติม รถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนตำบล) เป็นรถที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของทางราชการ จึงได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีรถประจำปี
33

ประสงค์จดทะเบียนรถต้องยื่นคำขอที่ใด

1. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง
2. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา
3. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก
4. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามสถานที่ตั้งที่จำหน่ายรถนั้น ๆ
คำอธิบายเพิ่มเติม ในการขอจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ กฎหมายกำหนดให้ผู้ขอต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งแห่งท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาปรากฏอยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน
34

รถที่จดทะเบียนแล้ว หากประสงค์จะเปลี่ยนสีรถต้องดำเนินการอย่างไร

1. ดำเนินการเปลี่ยนสีได้ทันที
2. แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน
3. แจ้งนายทะเบียนภายใน 30 วัน
4. แจ้งนายทะเบียนภายใน 7 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อเจ้าของรถทำการเปลี่ยนสีรถยนต์ไปจากเดิมที่เคยจดทะเบียนไว้ กฎหมายกำหนดหน้าที่ให้ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นต่อนายทะเบียนภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่เปลี่ยนสีรถเสร็จ
35

หากประสงค์เปลี่ยนแปลงตัวถังรถต้องดำเนินการอย่างไร

1. เปลี่ยนแปลงแล้ว จึงจะมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง
2. ขออนุญาตนายทะเบียน ตามภูมิลำเนาที่จดทะเบียนรถ
3. ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน
4. ไม่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงเพราะไม่ใช่สาระสำคัญของตัวรถ
คำอธิบายเพิ่มเติม การเปลี่ยนแปลงตัวถังรถถือเป็นการดัดแปลงโครงสร้างสำคัญของรถ ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยและการระบุเอกลักษณ์ของตัวรถ เจ้าของรถจึงต้องดำเนินการขออนุญาตต่อนายทะเบียนตามภูมิลำเนาที่รถคันนั้นจดทะเบียนไว้ก่อน
36

ผู้ตรวจการตาม พ.ร.บ. รถยนต์ คือใคร

1. เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้ง
2. เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก
3. เจ้าหน้าที่ บริษัทขนส่ง จำกัด
4. เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
คำอธิบายเพิ่มเติม "ผู้ตรวจการ" ตามคำนิยามและบทบัญญัติใน พ.ร.บ.รถยนต์ หมายถึง เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจการและบังคับใช้กฎหมาย
37

หากประสงค์จะย้ายรถ เจ้าของรถต้องแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 30 วัน
2. 7 วัน
3. 15 วัน
4. 60 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อเจ้าของรถย้ายที่อยู่หรือมีความประสงค์จะย้ายรถไปใช้งานในจังหวัดอื่น จะต้องดำเนินการแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในกำหนดเวลา 15 วัน
38

กรณีเจ้าของรถมีภารกิจไม่สามารถมาดำเนินแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อใดถูกต้อง

1. มีความผิด ต้องชำระค่าปรับแจ้งย้ายเกินกำหนด
2. ไม่เสียค่าปรับ เนื่องจากจำเป็น
3. รถไม่สามารถแจ้งย้ายได้
4. ผิดทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม กำหนดเวลา 15 วันในการแจ้งย้ายรถเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย ดังนั้นแม้เจ้าของรถจะมีภารกิจจำเป็นส่วนตัวจนไม่สามารถมาดำเนินการได้ตามเวลา ก็ยังคงมีความผิดตามกฎหมายและต้องระวางโทษปรับเนื่องจากแจ้งย้ายเกินกำหนด
39

หากประสงค์จะโอนรถเจ้าของรถต้องแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 60 วัน
2. 25 วัน
3. 30 วัน
4. 15 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อมีการเปลี่ยนมือเจ้าของรถ ไม่ว่าจะด้วยการซื้อขายหรือยกให้ กฎหมายกำหนดให้ผู้รับโอนหรือเจ้าของใหม่ต้องมาแจ้งโอนกรรมสิทธิ์รถต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันโอน
40

กรณีเจ้าของรถมีภารกิจไม่สามารถมาดำเนินแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อใดถูกต้อง

1. ไม่เสียค่าปรับ เนื่องจากจำเป็น
2. มีความผิด ต้องชำระค่าปรับโอนเกินกำหนด
3. รถไม่สามารถแจ้งย้ายได้
4. ผิดทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การไม่ดำเนินการแจ้งโอนรถภายใน 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถือเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งมีผลทำให้เจ้าของรถมีความผิดและต้องชำระค่าปรับการโอนเกินกำหนดเวลา
41

ข้อใดผิด

1. รถยนต์ส่วนบุคคล นำมาใช้รับจ้างได้
2. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ห้ามนำมาใช้ในการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร
3. รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้เพื่อการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร
4. รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้ในกิจการส่วนตัวได้
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมาย รถยนต์ส่วนบุคคลถูกจดทะเบียนไว้เพื่อใช้ในกิจการส่วนตัว ห้ามนำมาใช้รับจ้างขนส่งผู้โดยสารหรือสิ่งของเชิงพาณิชย์โดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นความผิดฐานใช้รถผิดประเภทตาม พ.ร.บ.รถยนต์
42

นาย ก.นำรถจักรยานยนต์สาธารณะของตนเองรับส่งภรรยาไปตลาดได้หรือไม่อย่างไร

1. ได้ เพราะภรรยานาย ก.เป็นคนในครอบครัว
2. ได้ เพราะรถจักรยานยนต์สาธารณะสามารถนำมาใช้กิจการส่วนตัวของเจ้าของรถได้
3. ไม่ได้ เพราะรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องนำมารับจ้างเท่านั้น
4. ไม่ได้ เพราะ รถจักรยานยนต์สาธารณะห้ามใช้ในกิจการส่วนบุคคลของเจ้าของรถ
คำอธิบายเพิ่มเติม กฎหมายอนุญาตให้ผู้ที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รถป้ายเหลือง) สามารถนำรถคันดังกล่าวมาใช้ในกิจการส่วนตัวหรือคนในครอบครัวได้ ไม่ได้จำกัดว่าต้องวิ่งรับจ้างเพียงอย่างเดียว
43

รถประเภทใดต่อไปนี้ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้

1. รถจักรยานยนต์สาธารณะ
2. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
3. รถยนต์ส่วนบุคคล
4. รถตู้ส่วนบุคคล
คำอธิบายเพิ่มเติม รถจักรยานยนต์สาธารณะคือรถที่จดทะเบียนถูกต้องเพื่อวัตถุประสงค์ในการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร ส่วนข้ออื่น ๆ (รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์ส่วนบุคคล และรถตู้ส่วนบุคคล) กฎหมายห้ามนำมารับจ้าง
44

รถยนต์ ไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (ป้ายแดง) ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ขับได้ในช่วงเวลาใด

1. ขับได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง.16.00 น.
2. ขับได้ตลอดเวลา
3. ห้ามขับเพราะยังไม่ได้เสียภาษี
4. ขับได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก
คำอธิบายเพิ่มเติม รถป้ายแดงตามกฎหมายกำหนดให้เป็นรถที่ใช้เพื่อการซื้อขายหรือซ่อมแซม และอนุญาตให้วิ่งได้เฉพาะในเวลากลางวัน คือระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกเท่านั้น หากจำเป็นต้องขับในเวลากลางคืนจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเป็นกรณีไป
45

รถที่ไม่ได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละเท่าใด

1. ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน
2. ร้อยละ 1 บาทต่อปี
3. ร้อยละ 10 บาทต่อเดือน
4. ร้อยละ 10 บาทต่อปี
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อเจ้าของรถไม่ได้ชำระภาษีรถประจำปีภายในกำหนดเวลา กฎหมายจะคิดค่าปรับหรือเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน ของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ โดยเศษของเดือนจะนับเป็น 1 เดือนเต็ม
46

รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบสามปี จะมีผลตามกฎหมายอย่างใด

1. ทะเบียนระงับ
2. สามารถนำรถไปตรวจสภาพและต่อภาษีประจำปีได้
3. สามารถกระทำได้ตามข้อ 1 และ 2
4. สามารถนำรถไปแจ้งไม่ใช้ตลอดไปและจดทะเบียนใหม่ได้
คำอธิบายเพิ่มเติม หากเจ้าของรถปล่อยให้ภาษีรถประจำปีค้างชำระติดต่อกันนานเกิน 3 ปีขึ้นไป ทะเบียนรถคันดังกล่าวจะถูกระงับโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย เจ้าของรถจะต้องนำแผ่นป้ายและคู่มือไปคืนเพื่อทำเรื่องขอจดทะเบียนใหม่และชำระภาษีย้อนหลัง
47

ข้อใดถูกต้อง

1. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
2. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
3. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
4. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นเงื่อนไขของ พ.ร.บ.รถยนต์ ที่กำหนดให้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป ต้องนำรถไปผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ให้เรียบร้อยก่อนจึงจะยื่นต่อภาษีได้
48

ข้อใดถูกต้อง

1. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
2. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
3. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
4. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
คำอธิบายเพิ่มเติม คล้ายกับข้อก่อนหน้า แต่สำหรับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล กฎหมายกำหนดระยะเวลาอายุการใช้งานไว้ที่ครบ 5 ปีขึ้นไป ที่จะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ (ตรอ.) ก่อนการเสียภาษีประจำปี
49

ข้อใดถูกต้องในขณะขับรถ

1. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ
2. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ
3. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ
4. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ
คำอธิบายเพิ่มเติม ในขณะปฏิบัติหน้าที่ขับขี่รถ ผู้ขับรถจำเป็นต้องพกเอกสารสำคัญเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงาน ได้แก่ ใบอนุญาตขับรถ (ตัวจริงหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) และสำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เล่มจริง
50

ข้อใดถูกต้อง

1. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
2. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้
3. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
4. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
คำอธิบายเพิ่มเติม เนื่องจากใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะมีขั้นตอนการทดสอบ คุณสมบัติ และความรับผิดชอบที่สูงกว่าใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล กฎหมายจึงอนุญาตให้สามารถใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะแทนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้
51

ข้อใดถูกต้อง

1. ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
2. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
3. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
4. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามหลักกฎหมายใบอนุญาตขับรถ ใบอนุญาตขับรถประเภทสาธารณะ (รถป้ายเหลือง) มีข้อกำหนด คุณสมบัติ และการทดสอบที่เข้มงวดกว่าประเภทส่วนบุคคล กฎหมายจึงอนุญาตให้ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ สามารถนำมาใช้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้ด้วย
52

ข้อใดถูกต้อง

1. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
2. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
3. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
4. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
คำอธิบายเพิ่มเติม ใบอนุญาตขับรถประเภทสาธารณะของรถชนิดใดก็ตาม ย่อมมีสิทธิ์สูงกว่าและสามารถนำมาใช้แทนใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลของรถชนิดเดียวกันได้ ดังนั้น ใบขับขี่รถสามล้อสาธารณะ (รถตุ๊กตุ๊ก) จึงใช้ขับรถสามล้อส่วนบุคคลได้
53

ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราวมีอายุกี่ปี

1. 1 ปี
2. 2 ปี
3. 3 ปี
4. 5 ปี
คำอธิบายเพิ่มเติม ใบอนุญาตขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลขั้นแรก (ชนิดชั่วคราว) ที่ออกให้สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รายใหม่ ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้มีอายุการใช้งาน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกใบอนุญาต
54

หากประสงค์จะเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวเป็นประเภทส่วนบุคคลชนิด 5 ปี ข้อใดถูกต้อง

1. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 30 วัน
2. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 60 วัน
3. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 1 เดือน
4. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 3 เดือน
คำอธิบายเพิ่มเติม ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว (2 ปี) และต้องการจะเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชนิด 5 ปี สามารถดำเนินการยื่นคำขอและทำเรื่องเปลี่ยนล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน ก่อนที่ใบขับขี่เดิมจะหมดอายุ
55

ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชนิด 5 ปีต่ออายุล่วงหน้ากี่เดือน

1. 1 เดือน
2. 3 เดือน
3. 4 เดือน
4. 6 เดือน
คำอธิบายเพิ่มเติม กฎระเบียบของกรมการขนส่งทางบกเปิดโอกาสให้ผู้ถือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลแบบ 5 ปี สามารถยื่นขอต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าได้สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน (หรือ 180 วัน) ก่อนวันที่ใบขับขี่จะหมดอายุจริง
56

นาย ก.เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว จะต้องไปดำเนินการที่ใด

1. สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ทุกแห่ง
2. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น กรุงเทพมมหานคร
3. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง
4. ผิดทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดภูมิลำเนาหรือสถานที่เกิดของผู้ขอ ประชาชนสามารถเลือกเข้าไปใช้บริการและยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาใดก็ได้ทั่วประเทศตามที่สะดวก
57

ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วราวต้องมีอายุกี่ปี

1. ไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์
2. ไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์
3. ไม่ต่ำกว่า 17 ปี บริบูรณ์
4. ไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์
คำอธิบายเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้กำหนดคุณสมบัติเรื่องอายุของผู้ที่จะขอทำใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวไว้ว่า จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอ
58

นายชาย พิการไม่มีนิ้วมือข้างซ้าย ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวได้หรือไม่

1. ไม่ได้ เพราะ นายชายเป็นผู้มีร่างกายพิการ
2. ไม่ได้ เพราะ ขัดต่อระเบียบกรมการขนส่งทางบก
3. ได้ เพราะ หากนายชายมีบัตรผู้พิการ
4. ได้ เพราะ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
คำอธิบายเพิ่มเติม กฎหมายห้ามเฉพาะผู้ที่มีร่างกายพิการรุนแรงจนเห็นได้ชัดว่า "ไม่สามารถขับรถได้ปลอดภัย" แต่ในกรณีที่สูญเสียเพียงนิ้วมือบางนิ้วและยังสามารถจับพวงมาลัยหรือบังคับอุปกรณ์รถยนต์ได้อย่างมั่นคง แพทย์และนายทะเบียนจะพิจารณาว่าสามารถขับรถได้และอนุญาตให้ทำใบขับขี่ได้
59

บุคคลในข้อต่อไปนี้บุคคลใดสามารถขอรับใบอนุญาตขับรถได้

1. นายชาย ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
2. นางหญิงเป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
3. นายดำ เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดใบอนุญาต
4. นางแดง.เป็นวัณโรค
คำอธิบายเพิ่มเติม บุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามย่อมขอรับใบขับขี่ได้ ส่วนข้ออื่น ๆ ถือเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น เป็นบุคคลวิกลจริต อยู่ระหว่างถูกยึดใบอนุญาต หรือโรคติดต่อร้ายแรงบางประเภท จึงไม่สามารถทำใบขับขี่ได้
60

นายแดง ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ข้อใดถูกต้อง

1. นายแดง ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
2. นายแดง ต้องได้รับใบอนุญาตขับรถมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
3. นายแดง ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะนั้นครอบคลุมทุกข้อ ได้แก่ ต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ต้องเคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนไม่สามารถขับรถได้
61

ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

1. ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
2. อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
3. มีประสบการณ์ในการขับรถมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
4. ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์และใบอนุญาตขับรถยนต์
คำอธิบายเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถสาธารณะว่า จะต้องมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับเส้นทาง ถนน และทางหลวงในเขตจังหวัดที่ตนเองยื่นขอรับใบอนุญาตพอสมควร เพื่อให้สามารถบริการผู้โดยสารได้อย่างถูกต้องและไม่หลงทางครับ (ส่วนอายุตามกฎหมายกำหนดไว้ที่ 22 ปีบริบูรณ์ ไม่ใช่ 20 ปี)
62

ข้อใดถูกต้อง

1. มีสัญชาติไทย
2. ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
3. ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามสำคัญของผู้ที่จะขอใบขับขี่รถสาธารณะประกอบด้วยหลายประการ ได้แก่ ต้องมีสัญชาติไทย ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอพอสมควร และต้องไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมา หรือสารเสพติดให้โทษใด ๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร
63

หากปรากฏภายหลังว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตขับรถ ท่านจะปฏิบัติอย่างไร

1. แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตและนำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคืนกรมการขนส่งทางบก
2. แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาต
3. ใช้ใบอนุญาตขับรถนั้นต่อไป
4. นำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคืน
คำอธิบายเพิ่มเติม หากตรวจสอบพบในภายหลังว่าผู้ถือใบขับขี่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ใบอนุญาตนั้นจะถือว่าไม่ถูกต้อง เจ้าของรถหรือผู้ถือใบขับขี่ต้องแจ้งนายทะเบียนเพื่อดำเนินการเพิกถอน และมีหน้าที่ต้องส่งคืนตัวบัตรใบอนุญาตขับรถนั้นให้แก่ทางราชการ
64

กรณีถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน

1. 30 วัน
2. 15 วัน
3. 45 วัน
4. 60 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อผู้ขับขี่ได้รับคำสั่งแจ้งการ "พักใช้" ใบอนุญาตขับรถจากเจ้าพนักงาน แล้วเห็นว่าคำสั่งนั้นไม่เป็นธรรม กฎหมายเปิดโอกาสให้ยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อนายทะเบียนได้ภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง
65

กรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน

1. 45 วัน
2. 30 วัน
3. 15 วัน
4. 60 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม การพักใช้ ในกรณีที่ถูกคำสั่ง "เพิกถอน" ใบอนุญาตขับรถ (ซึ่งเป็นโทษที่รุนแรงกว่า) ผู้ขับขี่ก็มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งโต้แย้งได้ภายในเวลา 15 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเช่นเดียวกัน
66

กรณีถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน

1. 15 วัน
2. 30 วัน
3. 60 วัน
4. 90 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งตามหลักกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายขนส่ง กำหนดกรอบเวลาในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองประเภทนี้ไว้ที่ 15 วัน
67

ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต้องส่งคืนใบอนุญาตขับรถให้แก่นายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 30 วัน
2. 15 วัน
3. 60 วัน
4. 90 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถอย่างเป็นทางการแล้ว ใบขับขี่นั้นจะหมดความชอบด้วยกฎหมายทันที ผู้ขับขี่จะต้องนำบัตรใบอนุญาตขับรถดังกล่าวส่งคืนให้แก่นายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งภายใน 15 วัน
68

ใบอนุญาตขับรถสูญหายต้องแจ้งนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันทราบเหตุนั้น

1. 15 วัน
2. 30 วัน
3. 60 วัน
4. 90 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นข้อกำหนดทั่วไปตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ที่ระบุว่าหากใบอนุญาตขับรถเกิดการสูญหาย เจ้าของใบอนุญาตต้องดำเนินการแจ้งและยื่นขอใบแทนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันทราบเรื่อง
69

ใบอนุญาตขับรถชำรุดในสาระสำคัญต้องแจ้งนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันทราบเหตุนั้น

1. 30 วัน
2. 15 วัน
3. 60 วัน
4. 90 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม ในกรณีที่ใบขับขี่ไม่ได้หาย แต่เกิดชำรุดฉีกขาด เลอะเลือน จนไม่สามารถมองเห็นข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ ภาพถ่าย หรือวันหมดอายุได้อย่างชัดเจน กฎหมายก็กำหนดให้ต้องไปแจ้งขอใบแทนภายใน 15 วัน
70

เมื่อกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และได้รับคำสั่งผู้ตรวจการรถยนต์ให้ไปรายงานตัวผู้ขับรถจะต้องไปรายงานตัว ต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

1. 7 วัน
2. 3 วัน
3. 10 วัน
4. 15 วัน
คำอธิบายเพิ่มเติม หากผู้ขับขี่กระทำความผิดและถูก "ผู้ตรวจการขนส่ง" ออกหนังสือคำสั่งหรือใบสั่งให้ไปรายงานตัว กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับรถต้องเดินทางไปรายงานตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหรือชำระค่าปรับต่อนายทะเบียนภายในเวลา 7 วัน
71

กรณีใดผู้ขับรถยนต์สาธารณะสามารถปฎิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้

1. ผู้โดยสารเป็นบุคคลวิกลจริต
2. ผู้โดยสารเมาสุรา
3. ผู้โดยสารนำทุเรียนส่งกลิ่นขึ้นมาบนรถ
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ผู้ขับขี่รถสาธารณะมีสิทธิ์ปฏิเสธการรับผู้โดยสารได้ในกรณีที่อาจเกิดอันตราย ความเดือดร้อน หรือส่งกลิ่นรบกวนต่อการขับขี่ เช่น ผู้โดยสารวิกลจริต เมาสุราจนครองสติไม่ได้ หรือนำสิ่งของที่มีกลิ่นรุนแรง (เช่น ทุเรียน) ขึ้นมาบนรถ
72

ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติอย่างไร

1. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้
2. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด
3. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่เร็วที่สุด
4. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่อ้อม
คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นหน้าที่และจรรยาบรรณสำคัญของผู้ขับรถสาธารณะ ที่จะต้องส่งผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางตามเส้นทางที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ หรือใช้เส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ไม่เจตนาขับอ้อมเพื่อโกงค่าโดยสาร
73

ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติอย่างไร

1. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด
2. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้
3. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่เร็วที่สุด
4. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่อ้อม
คำอธิบายเพิ่มเติม ในกรณีที่ไม่ได้ตกลงเส้นทางเฉพาะเจาะจง กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่รถสาธารณะต้องพาผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางโดยใช้เส้นทางที่สั้นที่สุดและมีความปลอดภัย เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้โดยสาร
74

ผู้ขับรถผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. ปฎิเสธผู้โดยสารในเส้นทางที่จราจรติดขัด
2. ไม่สูบบุหรี่
3. ใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแทนเมื่อใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะขาดอายุ
4. เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด
คำอธิบายเพิ่มเติม กฎหมายควบคุมและห้ามไม่ให้ผู้ขับขี่รถสาธารณะสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ขับรถอย่างเด็ดขาด เนื่องจากควันและกลิ่นบุหรี่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและรบกวนผู้โดยสารในรถ
75

ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด
2. พูดคุยเสียงดังรบกวนผู้อื่น
3. ไม่ทำตนน่ารำคาญ
4. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
คำอธิบายเพิ่มเติม ผู้ขับขี่รถสาธารณะจะต้องรักษาจรรยาบรรณในการบริการ โดยไม่ทำพฤติกรรมใด ๆ ที่เป็นการก่อความรำคาญใจให้แก่ผู้โดยสาร เช่น การชวนคุยเรื่องส่วนตัวมากเกินไป การเปิดวิทยุเสียงดังเกินควร หรือการแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม
76

ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
2. พูดคุยเสียงดัง
3. ใส่เสื้อยืดขับรถ
4. ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี
คำอธิบายเพิ่มเติม ข้อกำหนดเรื่องมารยาทในการบริการระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ขับรถสาธารณะจะต้องใช้ถ้อยคำและวาจาที่สุภาพเรียบร้อยต่อผู้โดยสาร ห้ามใช้คำหยาบคาย พูดจาเสียดสี ประชดประชัน หรือด่าทอผู้โดยสาร
77

ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. ไม่ก้าวร้าว ดูหมิ่นผู้โดยสาร
2. พูดคุยเสียงดัง
3. ใส่เสื้อยืดขับรถ
4. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
คำอธิบายเพิ่มเติม นอกจากการใช้วาจาสุภาพแล้ว ผู้ขับรถสาธารณะต้องให้เกียรติผู้โดยสารทุกคน ไม่แสดงท่าทาง กิริยาอาการที่ก้าวร้าว หรือกล่าวคำพูดดูหมิ่นเหยียดหยามผู้รับบริการ
78

ในขับรถผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
2. ตักเตือนผู้โดยสารเมื่อแต่งกายไม่สุภาพ
3. ใส่เครื่องแบบพนักงานขับรถในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจประจำ
4. ไม่เสพสุราของมึนเมา
คำอธิบายเพิ่มเติม ข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุดข้อหนึ่งคือ ห้ามดื่มสุราหรือเสพของมึนเมาในขณะขับรถหรือก่อนปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้สูญเสียความสามารถในการควบคุมรถ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ
79

ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด
2. ไม่เสพยาเสพติดให้โทษ
3. จอดรถตามความต้องการข้องผู้โดยสาร
4. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
คำอธิบายเพิ่มเติม ยาเสพติดให้โทษทุกชนิดเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดตามกฎหมายสำหรับผู้ขับขี่รถ โดยเฉพาะรถสาธารณะที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมาก หากตรวจพบจะมีโทษสถานหนัก
80

ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. ไม่เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
2. ขับด้วยความเร็วเมื่อผู้โดยสารเร่งรีบ
3. ตามใจผู้โดยสารเพื่อให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด
4. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
คำอธิบายเพิ่มเติม วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (เช่น ยาบ้า ยาขยัน หรือยากล่อมประสาทบางประเภท) จะส่งผลต่อระบบประสาทและการตัดสินใจอย่างรุนแรง กฎหมายจึงห้ามผู้ขับรถสาธารณะเสพสารเหล่านี้โดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง
81

ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

1. ชวนผู้โดยสารคุยเพื่อความเป็นกันเอง
2. เมื่อง่วงก็ขออนุญาตผู้โดยสารจอดนอน
3. ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ
4. แจกหมายเลขโทรศัพท์เพื่อหาลูกค้า
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและผู้ร่วมทาง ผู้ขับขี่รถสาธารณะต้องประเมินสภาพร่างกายตนเองอยู่เสมอ โดยห้ามขับรถในขณะที่มีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เจ็บป่วย หรือง่วงนอน ซึ่งเป็นสภาวะที่หย่อนความสามารถในการควบคุมรถ
82

ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถมีโทษอย่างไร

1. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
3. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
คำอธิบายเพิ่มเติม การขับขี่รถโดยที่ตนเองไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ (ไม่มีใบขับขี่เลย) ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
83

ผู้ใดขับรถโดยใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุมีโทษอย่างไร

1. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
2. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
คำอธิบายเพิ่มเติม ในกรณีที่มีใบอนุญาตขับรถอยู่แล้ว แต่ปล่อยให้หมดอายุ (สิ้นอายุ) แล้วยังฝ่าฝืนนำรถมาขับขี่บนท้องถนน จะมีความผิดและมีระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (ไม่มีโทษจำคุกเหมือนกรณีที่ไม่มีใบขับขี่เลย
84

นาย ก ใช้รถยนต์มาแล้วเป็นปีที่ 6 ประสงค์จะเสียภาษีรถประจำปีต้องใช้เอกสารใดในการชำระภาษีรถ

1. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ, คู่มือจดทะเบียนรถ
2. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
3. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน, คู่มือจดทะเบียนรถ
4. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ, สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกระดาษคำตอบเฉลยในท้ายเอกสารชุดนี้กำหนดคำตอบไว้เป็นข้อ ข. ครับ ซึ่งหลักฐานสำคัญที่สุดในการนำไปยื่นชำระภาษีรถประจำปีก็คือเอกสารการจัดทำประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถนั่นเอง
85

เมื่อรถทะเบียนระงับ หากประสงค์จะจดทะเบียนรถใหม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพรถที่ใด

1. สำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
2. สถานตรวจสภาพเอกชนในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
3. สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
4. ไม่สามารถจดทะเบียนรถได้เนื่องจากทะเบียนระงับแล้ว
คำอธิบายเพิ่มเติม ในกรณีที่รถยนต์ถูกระงับทะเบียน (เช่น ค้างชำระภาษีติดต่อกันเกิน 3 ปี) จะไม่สามารถนำรถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ทั่วไปได้ เจ้าของรถจะต้องนำรถคันดังกล่าวเข้ามาตรวจสภาพความมั่นคงแข็งแรงและถูกต้องของตัวรถโดยละเอียด ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาที่ต้องการจะยื่นขอจดทะเบียนใหม่เท่านั้น
86

ประกันภัยชนิดใดใช้ประกอบการต่ออายุภาษีประจำปี

1. ประกันภัยชนิด 1
2. ประกันภัยชนิด 2
3. ประกันภัยชนิด 3
4. ประกันภัยชนิด คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
คำอธิบายเพิ่มเติม การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี กฎหมายบังคับว่ารถทุกคันต้องมี "ประกันภัยภาคบังคับ" หรือที่เรียกกันติดปากว่า พ.ร.บ. (ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ส่วนประกันภัยสมัครใจประเภทอื่น ๆ เช่น ประกันชั้น 1, 2, หรือ 3 จะมีหรือไม่ก็ได้ และไม่สามารถนำมาใช้ทดแทน พ.ร.บ. ในการต่อภาษีได้