📖 ศึกษาข้อสอบพร้อมเฉลย

ทบทวนแนวข้อสอบใบขับขี่เจาะลึกแต่ละหมวดหมู่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณมั่นใจ 100% ก่อนลงสนามจริง

หมวด: ข้อสอบใบขับขี่ ท.4 (วัตถุอันตราย)

มีข้อสอบทั้งหมด 61 ข้อ
1

ตามระบบ UN Class วัตถุอันตรายประเภทที่ 1 (Class 1) คือข้อใด?

1. ก๊าซ
2. สารกัดกร่อน
3. ของเหลวไวไฟ
4. วัตถุระเบิด
คำอธิบายเพิ่มเติม วัตถุระเบิดจัดอยู่ในประเภทที่ 1 ตามการจำแนกของสหประชาชาติ
2

วัตถุอันตรายตามมาตรฐานสากล (UN) ถูกแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก?

1. 7 ประเภท
2. 8 ประเภท
3. 9 ประเภท
4. 10 ประเภท
คำอธิบายเพิ่มเติม คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ (UN) ได้จัดแบ่งประเภทวัตถุอันตรายออกเป็น 9 ประเภทหลัก ตามลักษณะอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการขนส่ง เช่น วัตถุระเบิด ก๊าซ ของเหลวไวไฟ เป็นต้น
3

ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ชนิดที่ 4 (ท.4) ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปีบริบูรณ์?

1. 20 ปีบริบูรณ์
2. 22 ปีบริบูรณ์
3. 25 ปีบริบูรณ์
4. 30 ปีบริบูรณ์
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตขับรถชนิดที่ 4 ซึ่งใช้สำหรับขนส่งวัตถุอันตราย จะต้องมีวุฒิภาวะและประสบการณ์สูง จึงกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 25 ปีบริบูรณ์
4

แผ่นป้ายสีส้มที่ติดอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของรถขนส่งวัตถุอันตราย ตัวเลขครึ่งบนหมายถึงอะไร?

1. หมายเลขสหประชาชาติ (UN Number)
2. รหัสอันตราย (Hazard Identification Number)
3. ปริมาณน้ำหนักบรรทุก
4. วันหมดอายุของสารเคมี
คำอธิบายเพิ่มเติม บนป้ายสีส้ม ตัวเลขครึ่งบนคือรหัสอันตราย (Kemler Code) ที่บอกถึงลักษณะความรุนแรง ส่วนตัวเลขครึ่งล่าง 4 หลัก คือหมายเลขสหประชาชาติ (UN Number) ที่ระบุชื่อสารเคมี
5

หากตัวเลขรหัสอันตรายบนป้ายสีส้มมีตัวอักษร "X" นำหน้า (เช่น X338) ตัว "X" มีความหมายว่าอย่างไร?

1. เป็นสารเคมีที่ระเหยได้เร็วมาก
2. ห้ามใช้น้ำในการดับเพลิงโดยเด็ดขาด
3. เป็นสารกัมมันตรังสี
4. ต้องใช้รถนำขบวนในการขนส่ง
คำอธิบายเพิ่มเติม อักษร X ระบุว่าสารเคมีชนิดนั้นจะทำปฏิกิริยารุนแรงและเป็นอันตรายอย่างมากเมื่อสัมผัสกับน้ำ หากเกิดเพลิงไหม้จะต้องใช้สารดับเพลิงชนิดอื่นตามที่คู่มือระบุไว้เท่านั้น
6

น้ำมันเบนซิน ทินเนอร์ และแอลกอฮอล์ จัดอยู่ในวัตถุอันตรายประเภทใด?

1. ประเภทที่ 2 (ก๊าซ)
2. ประเภทที่ 3 (ของเหลวไวไฟ)
3. ประเภทที่ 4 (ของแข็งไวไฟ)
4. ประเภทที่ 8 (สารกัดกร่อน)
คำอธิบายเพิ่มเติม สารเหล่านี้มีสถานะเป็นของเหลวที่สามารถติดไฟและลุกไหม้ได้ง่ายที่อุณหภูมิปกติ จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของเหลวไวไฟ
7

ป้ายเตือนรูป "หัวกะโหลกไขว้สีดำ บนพื้นสีขาว" หมายถึงวัตถุอันตรายประเภทใด?

1. ประเภทที่ 6 (สารพิษและสารติดเชื้อ)
2. ประเภทที่ 7 (วัสดุกัมมันตรังสี)
3. ประเภทที่ 8 (สารกัดกร่อน)
4. ประเภทที่ 9 (วัตถุอันตรายเบ็ดเตล็ด)
คำอธิบายเพิ่มเติม สัญลักษณ์หัวกะโหลกไขว้ใช้เตือนถึงความเป็นพิษ (Toxic) ซึ่งหากสูดดม สัมผัส หรือกลืนกินเข้าไป อาจทำให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสได้
8

เอกสารสำคัญที่ระบุข้อมูลความปลอดภัย การปฐมพยาบาล และการรับมือเหตุฉุกเฉิน ซึ่งผู้ขับรถขนส่งวัตถุอันตรายต้องมีติดรถไว้ตลอดเวลาเรียกว่าอะไร?

1. MSDS
2. TREMCARD (Transport Emergency Card)
3. Bill of Lading
4. Invoice
คำอธิบายเพิ่มเติม TREMCARD คือบัตรข้อแนะนำความปลอดภัยในการขนส่งวัตถุอันตรายทางถนน ซึ่งจะบอกขั้นตอนที่ผู้ขับขี่ต้องทำทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รั่วไหล หรือไฟไหม้
9

กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับรถบรรทุกวัตถุอันตราย สามารถขับรถติดต่อกันได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง?

1. 4 ชั่วโมง
2. 5 ชั่วโมง
3. 6 ชั่วโมง
4. 8 ชั่วโมง
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้า กฎหมายกำหนดให้ขับรถติดต่อกันได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง และต้องพักติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 นาที จึงจะสามารถขับรถต่อไปได้
10

การขนส่งของเหลวไวไฟหรือก๊าซไวไฟ เหตุใดตัวรถจึงต้องมีการต่อสายดิน (Ground wire) ลงพื้น?

1. เพื่อป้องกันฟ้าผ่าขณะฝนตก
2. เพื่อถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิตลงสู่พื้นดิน ป้องกันการเกิดประกายไฟ
3. เพื่อให้ระบบเบรก ABS ทำงานได้ดีขึ้น
4. เพื่อระบายความร้อนจากเครื่องยนต์
คำอธิบายเพิ่มเติม การเสียดสีของของเหลวในถังขณะรถวิ่ง หรือการถ่ายเทสารเคมี จะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต หากไม่มีสายดินถ่ายเทประจุ อาจเกิดประกายไฟและลุกไหม้ได้
11

ถังบรรจุของเหลวอันตราย (Tank) ไม่ควรบรรจุของเหลวเต็มความจุ 100% เพราะเหตุใด?

1. เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงของรถบรรทุก
2. เพื่อเว้นพื้นที่ไว้สำหรับการขยายตัวของของเหลวเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
3. เพื่อให้รถเบรกได้ระยะสั้นลง
4. เพื่อป้องกันถังบรรจุเกิดสนิม
คำอธิบายเพิ่มเติม ของเหลวทุกชนิดจะขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน หากบรรจุเต็มถังโดยไม่มีช่องว่าง (Ullage) อาจทำให้ถังบรรจุแตกหรือดันวาล์วนิรภัยจนสารเคมีรั่วไหลออกมา
12

สิ่งแรกที่ผู้ขับรถขนส่งวัตถุอันตรายควรทำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนและสารเคมีเริ่มรั่วไหลคืออะไร?

1. วิ่งหนีออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด
2. ดับเครื่องยนต์ ปิดสวิตช์ตัดวงจรไฟฟ้า(แบตเตอรี่) และกันคนออกห่าง
3. โทรแจ้งบริษัทประกันภัยทันที
4. นำถังทรายไปเททับสารเคมีที่รั่วไหล
คำอธิบายเพิ่มเติม การตัดแหล่งกำเนิดประกายไฟ (เครื่องยนต์/ระบบไฟฟ้า) เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้สารที่รั่วไหลลุกไหม้ จากนั้นจึงกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมทาง
13

หากเกิดไฟไหม้ที่ยางล้อรถบรรทุกวัตถุอันตราย ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามข้อใดจึงจะปลอดภัยและถูกต้องที่สุด?

1. ปล่อยให้ไหม้จนดับไปเอง
2. ขับรถต่อไปด้วยความเร็วสูงเพื่อให้ลมพัดไฟดับ
3. รีบใช้ถังดับเพลิงฉีดดับไฟ หากทำได้ให้ถอดล้อหรือยางเส้นนั้นออกห่างจากตัวรถ
4. ใช้น้ำเปล่าสาดเข้าที่ยางรถโดยตรง
คำอธิบายเพิ่มเติม ยางรถยนต์เมื่อติดไฟจะให้ความร้อนสูงและดับยาก ความร้อนอาจลามไปที่ถังบรรจุสารเคมี จึงต้องรีบดับและแยกยางที่ไหม้ออกเพื่อตัดวงจรความร้อน
14

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนกระเด็นเข้าตา ควรทำอย่างไร?

1. ขยี้ตาแรงๆ เพื่อให้สารเคมีหลุดออก
2. ล้างตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆ อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 15 นาที
3. หยอดตาด้วยน้ำเกลือล้างแผลเพียง 2-3 หยด
4. หลับตาให้แน่นและนำผ้าก๊อซมาปิดทับทันที
คำอธิบายเพิ่มเติม การล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากจะช่วยเจือจางและชะล้างสารเคมีออกจากดวงตาได้ดีที่สุด ควรล้างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงมือแพทย์
15

สัญลักษณ์รูป "หลอดแก้วหยดของเหลวลงบนมือและแผ่นโลหะ" หมายถึงวัตถุอันตรายประเภทใด?

1. สารไวไฟ
2. สารมีพิษ
3. สารกัดกร่อน (ประเภทที่ 8)
4. สารออกซิไดซ์
คำอธิบายเพิ่มเติม สัญลักษณ์นี้สื่อถึงฤทธิ์ในการกัดกร่อนเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิต (รูปมือ) และวัสดุสิ่งของ (รูปโลหะ) เช่น กรดซัลฟิวริก หรือ โซดาไฟ
16

สาเหตุหลักที่ทำให้รถบรรทุกของเหลว (Tanker) เกิดการพลิกคว่ำขณะเข้าโค้งคืออะไร?

1. ยางรถยนต์มีขนาดเล็กเกินไป
2. แรงเหวี่ยงจากการเคลื่อนที่ของของเหลวในถัง (Surge) เมื่อรถเปลี่ยนทิศทางหรือเบรก
3. ถังบรรจุทำจากเหล็กที่หนาเกินไป
4. การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของรถเต็มถัง
คำอธิบายเพิ่มเติม ของเหลวในถังสามารถไหลกระฉอกไปมาได้ (Liquid Surge) หากเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง น้ำหนักของเหลวจะเทไปด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้จุดศูนย์ถ่วงเสียและพลิกคว่ำได้ง่าย
17

ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ชนิดที่ 4 มีอายุการใช้งานกี่ปี?

1. 1 ปี
2. 2 ปี
3. 3 ปี
4. 5 ปี
คำอธิบายเพิ่มเติม ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภท (ท.1 - ท.4) มีอายุ 3 ปีนับแต่วันออกใบอนุญาต และต้องเข้ารับการอบรมเพื่อต่ออายุ
18

การจอดรถบรรทุกวัตถุอันตรายทิ้งไว้ ข้อใดปฏิบัติได้ถูกต้อง?

1. จอดในตลาดสดเพื่อให้คนมองเห็นรถได้ง่าย
2. จอดในสถานที่ปลอดภัยและต้องมีผู้ดูแลรถอยู่ตลอดเวลา
3. จอดไหล่ทางบนทางหลวงในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องเปิดไฟ
4. จอดใกล้ท่อระบายน้ำสาธารณะ
คำอธิบายเพิ่มเติม การจอดรถขนส่งวัตถุอันตรายต้องอยู่ห่างจากแหล่งชุมชน และกฎหมายกำหนดให้ต้องมีผู้ควบคุมดูแลอยู่กับรถเสมอ เพื่อรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
19

วัตถุอันตรายประเภทที่ 1 (วัตถุระเบิด) มีข้อห้ามสำคัญในการขนส่งร่วมกับสิ่งใด?

1. ห้ามขนส่งในเวลากลางวัน
2. ห้ามขนส่งร่วมกับวัตถุอันตรายประเภทอื่นโดยเด็ดขาด
3. ห้ามใช้รถบรรทุก 6 ล้อในการขนส่ง
4. ห้ามขนส่งข้ามจังหวัด
คำอธิบายเพิ่มเติม วัตถุระเบิดมีความไวต่อปฏิกิริยามาก จึงมีกฎระเบียบเข้มงวดห้ามบรรทุกปะปนกับสินค้าหรือสารเคมีประเภทอื่น (Incompatible) เพื่อป้องกันการทำปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดระเบิด
20

ก๊าซ LPG และ ก๊าซ NGV มีความแตกต่างกันอย่างไรเมื่อเกิดการรั่วไหลขึ้นไปในอากาศ?

1. LPG จะลอยขึ้นที่สูง ส่วน NGV จะลอยต่ำขนานไปกับพื้นดิน
2. LPG จะหนักกว่าอากาศและสะสมตามพื้นท่อระบายน้ำ ส่วน NGV จะเบากว่าอากาศและลอยขึ้นกระจายตัว
3. ทั้ง LPG และ NGV จะรวมตัวเป็นหยดน้ำทันที
4. LPG จะมีกลิ่นหอม ส่วน NGV ไม่มีกลิ่น
คำอธิบายเพิ่มเติม นี่คือคุณสมบัติทางกายภาพที่สำคัญ หาก LPG รั่วไหล การหนีหรือการกั้นพื้นที่ต้องระวังบริเวณที่ต่ำหรือบ่อพัก ส่วน NGV จะกระจายตัวขึ้นที่สูงได้เร็วกว่า
21

สัญลักษณ์ป้ายเตือนรูป "ใบพัด 3 แฉก สีดำบนพื้นสีเหลือง" เป็นสัญลักษณ์ของวัตถุอันตรายประเภทใด?

1. ประเภทที่ 4 (ของแข็งไวไฟ)
2. ประเภทที่ 5 (สารออกซิไดซ์)
3. ประเภทที่ 7 (วัสดุกัมมันตรังสี)
4. ประเภทที่ 9 (วัตถุอันตรายเบ็ดเตล็ด)
คำอธิบายเพิ่มเติม สัญลักษณ์ใบพัด (Trefoil) เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้เตือนให้ระวังอันตรายจากรังสี (Radioactive) ซึ่งต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการตรวจวัด
22

วัตถุอันตรายประเภทที่ 5 ตามมาตรฐานสากล (UN) คือข้อใด?

1. ของเหลวไวไฟ
2. สารออกซิไดซ์ และออร์แกนิกเพอร์ออกไซด์
3. วัตถุระเบิด
4. ก๊าซพิษ
คำอธิบายเพิ่มเติม วัตถุอันตรายประเภทที่ 5 คือสารที่ไม่ได้ติดไฟได้ด้วยตัวเองเสมอไป แต่เป็นสารที่ปลดปล่อยออกซิเจนออกมา ซึ่งจะไปช่วยเร่งให้วัสดุอื่นเกิดการลุกไหม้ได้รุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น
23

ป้ายเตือนรูป "เปลวไฟสีดำหรือขาว บนพื้นสีน้ำเงิน (สีฟ้า)" หมายถึงวัตถุอันตรายประเภทใด?

1. สารที่ให้ก๊าซไวไฟเมื่อสัมผัสน้ำ (ประเภท 4.3)
2. ของเหลวไวไฟ (ประเภท 3)
3. ก๊าซไม่ไวไฟ (ประเภท 2.2)
4. วัสดุกัมมันตรังสี (ประเภท 7)
คำอธิบายเพิ่มเติม สีน้ำเงินบนป้ายสื่อถึงน้ำ สัญลักษณ์นี้เตือนว่าสารเคมีชนิดนี้ห้ามเปียกหรือสัมผัสน้ำโดยเด็ดขาด เพราะจะทำปฏิกิริยาและปล่อยก๊าซที่ลุกติดไฟได้ออกมา
24

อุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานใด ที่รถขนส่งวัตถุอันตราย "ทุกคัน" ต้องมีประจำรถเพื่อใช้ป้องกันรถไหลขณะจอดทำกิจกรรม?

1. แม่แรงยกรถขนาดใหญ่
2. สายพ่วงแบตเตอรี่
3. หมอนรองล้อ (Wheel chocks)
4. ถังน้ำมันสำรอง
คำอธิบายเพิ่มเติม การใช้หมอนรองล้อเป็นกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัย (Safety) ที่สำคัญมาก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรถไหลขณะจอดโหลดของหรือถ่ายเทสารเคมี โดยเฉพาะบนพื้นที่ลาดชัน
25

ตามกฎหมาย ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด (Blood Alcohol Concentration) ของผู้ถือใบอนุญาตขับรถชนิดที่ 4 ขณะปฏิบัติหน้าที่ขับรถ ต้องมีค่าเท่าใด?

1. ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
2. ไม่เกิน 30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
3. ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
4. ต้องเป็น 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (ห้ามมีแอลกอฮอล์)
คำอธิบายเพิ่มเติม ผู้ขับรถสาธารณะและรถบรรทุกวัตถุอันตราย (ท.1 - ท.4) ต้องมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นศูนย์เท่านั้น หากตรวจพบจะมีความผิดขั้นเด็ดขาด
26

หากรถบรรทุกสารเคมีประเภท "ก๊าซพิษ" เกิดการรั่วไหล ผู้ขับขี่ควรหนีเอาตัวรอดหรืออพยพผู้คนไปในทิศทางใด?

1. วิ่งไปในทิศทางใต้ลม
2. วิ่งไปในทิศทางเหนือลม
3. วิ่งตามทิศทางที่ก๊าซพัดไป
4. หมอบลงกับพื้นในจุดที่เกิดเหตุ
คำอธิบายเพิ่มเติม การอพยพต้องหนีไปทาง "เหนือลม" (Upwind) เสมอ เพื่อไม่ให้ไอระเหยหรือก๊าซพิษพัดมาโดนตัวเรา และควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำเนื่องจากก๊าซบางชนิดหนักกว่าอากาศและจะสะสมในที่ต่ำ
27

เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้รถขนส่งวัตถุอันตราย และผู้ขับขี่ตัดสินใจใช้ถังดับเพลิง ควรฉีดพ่นสารดับเพลิงไปที่บริเวณใดของกองไฟ?

1. ฉีดไปที่ปลายเปลวไฟด้านบน
2. ฉีดไปที่ฐานของเปลวไฟ (ต้นเพลิง)
3. ฉีดส่ายไปมากลางอากาศเหนือเปลวไฟ
4. ฉีดใส่บริเวณถังบรรจุสารเคมีเท่านั้น
คำอธิบายเพิ่มเติม การดับไฟที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่สุดคือการเล็งและฉีดสารดับเพลิงไปที่ "ฐานของเพลิง" หรือแหล่งกำเนิดเชื้อเพลิง เพื่อตัดองค์ประกอบของการลุกไหม้
28

เอกสารกำกับการขนส่ง (Shipping Paper) และ TREMCARD ควรเก็บไว้ที่ใด เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือกู้ภัยค้นหาได้ง่ายที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ?

1. เก็บไว้ในกล่องเครื่องมือท้ายรถ
2. เก็บซ่อนไว้ใต้เบาะผู้โดยสาร
3. เก็บไว้ในห้องโดยสาร บริเวณช่องเก็บของประตูคนขับ หรือบนเบาะที่นั่ง
4. เก็บไว้ในซองเอกสารด้านนอกตัวถังรถ
คำอธิบายเพิ่มเติม กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยระบุให้เก็บเอกสารสำคัญนี้ไว้ในจุดที่มองเห็นและหยิบฉวยได้ง่ายที่สุดในห้องโดยสาร เพื่อให้กู้ภัยสามารถทราบชนิดของสารเคมีได้ทันทีหากผู้ขับขี่หมดสติ
29

บนป้ายสีส้ม หากรหัสอันตราย (Kemler Code) ขึ้นต้นด้วยเลข "8" (เช่น 80, 88) บ่งบอกถึงความเป็นอันตรายด้านใดเป็นหลัก?

1. ไวไฟ (Flammable)
2. มีพิษ (Toxic)
3. กัดกร่อน (Corrosive)
4. กัมมันตรังสี (Radioactive)
คำอธิบายเพิ่มเติม รหัสอันตรายที่ขึ้นต้นด้วยเลข 8 ใช้แทนสารกลุ่มที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (ประเภทที่ 8) เช่น กรดเข้มข้น หรือ ด่างเข้มข้น หากเป็นเลข 88 จะหมายถึงมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงมาก
30

ข้อใดคือตัวอย่างของวัตถุอันตรายประเภทที่ 9 (วัตถุอันตรายเบ็ดเตล็ด - Miscellaneous)?

1. น้ำมันเบนซิน, แอลกอฮอล์
2. น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice), แบตเตอรี่ลิเธียม, แร่ใยหิน
3. โซดาไฟ, น้ำกรด
4. พลุ, ดินปืน
คำอธิบายเพิ่มเติม ประเภทที่ 9 คือสารหรือสิ่งของที่เป็นอันตรายในระหว่างการขนส่ง แต่ไม่เข้าข่ายลักษณะอันตรายของประเภทที่ 1-8
31

ขณะดำเนินการถ่ายเทของเหลวไวไฟ (เช่น น้ำมัน) ลงสู่ถังเก็บ เหตุใดจึงต้องดับเครื่องยนต์ของรถบรรทุก?

1. เพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงของรถ
2. เพื่อลดเสียงรบกวนในบริเวณนั้น
3. เพื่อป้องกันประกายไฟและความร้อนจากท่อไอเสียและเครื่องยนต์
4. เพื่อให้ปั๊มสูบจ่ายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
คำอธิบายเพิ่มเติม ความร้อนจากท่อไอเสีย หรือประกายไฟจากระบบไฟฟ้าของเครื่องยนต์ที่ทำงานอยู่ สามารถเป็นแหล่งจุดติดไฟ (Ignition source) ให้กับไอระเหยของของเหลวไวไฟได้ จึงต้องดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง
32

ในการขนส่งวัตถุอันตราย กฎหมายอนุญาตให้มีบุคคลใดนั่งคู่ไปกับผู้ขับรถได้บ้าง?

1. ใครก็ได้ที่ขออาศัยติดรถไปด้วย
2. ภรรยาหรือบุตรของผู้ขับขี่
3. ผู้โดยสารที่จ่ายค่าโดยสาร
4. พนักงานประจำรถหรือผู้ช่วยที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเท่านั้น
คำอธิบายเพิ่มเติม รถบรรทุกวัตถุอันตรายห้ามรับผู้โดยสาร หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานขึ้นรถโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและลดความสูญเสียหากเกิดอุบัติเหตุ
33

สัญลักษณ์ป้ายเตือนรูป "กระบอกสูบสีดำ (ถังก๊าซ) บนพื้นสีเขียว" หมายถึงวัตถุอันตรายประเภทใด?

1. ก๊าซพิษ
2. ก๊าซไวไฟ
3. ก๊าซไม่ไวไฟ และไม่เป็นพิษ (Non-flammable, non-toxic gas)
4. ของเหลวไวไฟ
คำอธิบายเพิ่มเติม พื้นสีเขียวหมายถึงความปลอดภัยที่มากกว่าก๊าซประเภทอื่น คือไม่ติดไฟและไม่มีพิษ (เช่น ก๊าซออกซิเจน, ไนโตรเจนเหลว) แต่อันตรายหลักคือแรงดันสูงภายในถัง
34

หากต้องจอดรถขนส่งวัตถุอันตรายระหว่างทางเพื่อรับประทานอาหาร ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้องที่สุด?

1. จอดในบริเวณที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า
2. จอดหน้าตลาดสดเพื่อความสะดวก
3. จอดในที่โล่ง ห่างไกลจากชุมชน และต้องอยู่ในระยะที่มองเห็นรถได้ตลอดเวลา
4. จอดชิดซ้ายบนสะพานข้ามแยก
คำอธิบายเพิ่มเติม การจอดรถวัตถุอันตรายต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสาธารณะเป็นหลัก ต้องจอดห่างจากแหล่งชุมชน และต้องมีคนดูแลหรือผู้ขับขี่ต้องมองเห็นรถได้ตลอดเพื่อเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน
35

หน้าที่หลักของ "บัตรข้อแนะนำความปลอดภัย" หรือ TREMCARD คืออะไร?

1. ใช้แสดงต่อตำรวจเพื่อยกเว้นค่าปรับจราจร
2. เป็นเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของรถ
3. ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอันตราย และวิธีรับมือเหตุฉุกเฉินสำหรับสารเคมีนั้นๆ แก่ผู้ขับขี่และกู้ภัย
4. ใช้เป็นใบเสร็จรับเงินค่าสินค้า
คำอธิบายเพิ่มเติม TREMCARD เป็นคู่มือฉบับย่อที่บอกผู้ขับขี่และเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าสารเคมีที่บรรทุกมาคืออะไร มีอันตรายอย่างไร และต้องใช้อะไรในการดับเพลิงหรือปฐมพยาบาล
36

การใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดเหตุสารเคมีไวไฟ หรือก๊าซไวไฟรั่วไหล มีความเสี่ยงในเรื่องใดมากที่สุด?

1. สัญญาณโทรศัพท์จะขาดหาย
2. แบตเตอรี่โทรศัพท์จะหมดเร็วขึ้น
3. ความร้อนหรือไฟฟ้าสถิตจากอุปกรณ์อาจทำให้เกิดประกายไฟจนเกิดการลุกไหม้หรือระเบิดได้
4. ทำให้กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัย
คำอธิบายเพิ่มเติม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้รับมาตรฐานป้องกันการระเบิด (Non-Explosion Proof) อาจเกิดประกายไฟขนาดเล็กภายในตัวเครื่อง ซึ่งเพียงพอที่จะจุดระเบิดไอระเหยของสารไวไฟที่หนาแน่นได้
37

ก่อนออกเดินทางขนส่งวัตถุอันตราย ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสิ่งใดเกี่ยวกับวาล์วและข้อต่อของถังบรรจุ (Tank)?

1. ตรวจสอบว่าวาล์วเปิดทิ้งไว้เพื่อให้ก๊าซระบายออก
2. ตรวจสอบว่าวาล์วและข้อต่อต่างๆ ปิดสนิท แน่นหนา และไม่มีรอยรั่วซึม
3. ถอดวาล์วออกเพื่อทำความสะอาด
4. ทาสีวาล์วใหม่ให้สังเกตเห็นได้ชัดเจน
คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นขั้นตอนก่อนการเดินทางที่สำคัญที่สุด (Pre-trip Inspection) เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรั่วไหลของสารเคมีลงสู่พื้นถนนระหว่างการขนส่ง
38

หากท่านขับรถบรรทุกวัตถุอันตรายและเกิดเหตุ "เบรกแตก" ขณะขับลงทางลาดชัน ข้อใดคือวิธีแก้ไขสถานการณ์ที่ปลอดภัยที่สุด?

1. ดับเครื่องยนต์ทันที
2. หักพวงมาลัยพุ่งชนรถคันหน้าเพื่อหยุดรถ
3. ควบคุมสติ ลดเกียร์ต่ำลงเรื่อยๆ (Engine Brake) หากไม่อยู่ ให้ประคองรถเบียดกับไหล่เขาหรือกำแพงดิน
4. กระโดดออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอด
คำอธิบายเพิ่มเติม การใช้เกียร์ต่ำจะช่วยหน่วงความเร็ว หากจำเป็นต้องหยุดรถ ให้เลือกเบียดพิงกับสิ่งกีดขวางตามธรรมชาติที่ปลอดภัย เช่น เนินดิน ไหล่เขา เพื่อชะลอรถ ดีกว่าปล่อยให้รถพุ่งลงไปด้วยความเร็วสูงจนพลิกคว่ำ
39

ถังดับเพลิงประจำรถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตราย ควรได้รับการตรวจสอบสภาพอย่างน้อยความถี่เท่าใด?

1. ตรวจสอบเมื่อเกิดไฟไหม้เท่านั้น
2. ตรวจสอบ 1 ครั้ง เมื่อซื้อรถใหม่
3. ตรวจสอบแรงดันและสภาพภายนอกอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
4. ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหากยังไม่ได้ดึงสลักออก
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าถังดับเพลิงพร้อมใช้งานเสมอ ควรตรวจดูเกจ์วัดแรงดันให้อยู่ในแถบสีเขียว และตรวจสภาพสายฉีด/ตัวถังเป็นประจำทุกเดือน
40

สัญลักษณ์ป้ายเตือนรูป "หัวกะโหลกไขว้บนพื้นครึ่งบนสีขาว ครึ่งล่างสีดำ" หมายถึงวัตถุอันตรายประเภทใด?

1. สารพิษ (Toxic)
2. สารติดเชื้อ (Infectious)
3. สารกัดกร่อน
4. สารกัมมันตรังสี
คำอธิบายเพิ่มเติม แม้จะเป็นหัวกะโหลกไขว้เหมือนกัน แต่บางรูปแบบอาจมีการแบ่งสีพื้น ซึ่งยังคงความหมายหลักในการเตือนถึง "ความเป็นพิษ" ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหากสูดดม สัมผัส หรือกลืนกิน
41

หากสารเคมีเปื้อนเสื้อผ้าหรือผิวหนังของผู้ขับขี่ในปริมาณมาก ขั้นตอนปฐมพยาบาลแรกสุดที่ควรทำคืออะไร?

1. นำเสื้อผ้าไปซักในเครื่องซักผ้า
2. ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออกทันที และล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆ
3. ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่เปื้อน
4. ทาครีมบำรุงผิวทับลงไป
คำอธิบายเพิ่มเติม การถอดเสื้อผ้าออกคือการตัดแหล่งสัมผัสสารเคมีออกให้เร็วที่สุด จากนั้นต้องล้างชำระล้างสารเคมีที่ติดอยู่บนผิวหนังด้วยน้ำสะอาดเพื่อลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ
42

ป้ายสัญลักษณ์รูป "ต้นไม้แห้งและปลาตาย" ที่ติดบนถังบรรจุสารเคมี หมายถึงอะไร?

1. สารกำจัดศัตรูพืช
2. สารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม (ทางน้ำ)
3. สารที่เป็นพิษต่อมนุษย์เท่านั้น
4. สารที่ใช้ทำปุ๋ยเคมี
คำอธิบายเพิ่มเติม สัญลักษณ์นี้เตือนว่าหากสารเคมีชนิดนี้รั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำ ดิน หรือท่อระบายน้ำ จะก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศ สัตว์น้ำ และสิ่งแวดล้อม
43

หากต้องขับรถขนส่งวัตถุอันตรายข้ามทางรถไฟที่ไม่มีแผงกั้น ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?

1. บีบแตรเสียงดังแล้วขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
2. ชะลอความเร็วและเปิดไฟฉุกเฉินขณะข้าม
3. หยุดรถห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร มองซ้ายขวาให้แน่ใจแล้วจึงขับข้ามไป
4. เร่งเครื่องยนต์ให้เกิดเสียงดังเตือนรถไฟ
คำอธิบายเพิ่มเติม ตามกฎหมายความปลอดภัยจราจร รถบรรทุกวัตถุอันตรายจะต้องหยุดดูความปลอดภัยก่อนข้ามทางรถไฟเสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุชนกับรถไฟซึ่งจะก่อให้เกิดความสูญเสียมหาศาล
44

ในกรณีที่รถบรรทุก "ก๊าซไวไฟ" เกิดเพลิงไหม้ที่บริเวณจุดที่ก๊าซรั่วไหลออกมา และไม่สามารถปิดวาล์วได้ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือข้อใด?

1. รีบนำถังดับเพลิงฉีดดับไฟให้ดับสนิทโดยเร็วที่สุด
2. ปล่อยให้ก๊าซเผาไหม้ไปเรื่อยๆ พร้อมกับใช้น้ำฉีดหล่อเย็นตัวถัง ห้ามดับไฟเด็ดขาด
3. ใช้ผ้าเปียกผืนใหญ่คลุมทับจุดที่ไฟไหม้
4. วิ่งเข้าไปใช้ค้อนทุบวาล์วให้งอเพื่อหยุดการรั่ว
คำอธิบายเพิ่มเติม หากไฟดับลงแต่ก๊าซยังคงรั่วไหล ก๊าซจะกระจายตัวสะสมในอากาศและอาจเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง (VCE) ได้เมื่อเจอประกายไฟใหม่ การปล่อยให้ไหม้พร้อมฉีดน้ำหล่อเย็นถังไม่ให้ระเบิด (BLEVE) จึงปลอดภัยกว่า
45

"จุดวาบไฟ" (Flash Point) ของของเหลวไวไฟ มีความหมายตรงกับข้อใด?

1. อุณหภูมิที่ของเหลวเดือดกลายเป็นไอ
2. อุณหภูมิต่ำสุดที่ของเหลวปล่อยไอระเหยออกมาผสมกับอากาศจนเพียงพอที่จะติดไฟได้เมื่อมีแหล่งประกายไฟ
3. อุณหภูมิที่ของเหลวสามารถลุกไหม้ได้เองโดยไม่ต้องมีประกายไฟ
4. อุณหภูมิสูงสุดที่ถังบรรจุจะทนความร้อนได้
คำอธิบายเพิ่มเติม สารที่มีจุดวาบไฟต่ำ (เช่น น้ำมันเบนซิน) จะอันตรายมาก เพราะสามารถระเหยเป็นไอพร้อมติดไฟได้ตลอดเวลาแม้ในอุณหภูมิห้องปกติ
46

รถบรรทุกวัตถุอันตรายที่ส่งสินค้าหมดแล้ว (ถังเปล่า) แต่ยังไม่ได้ผ่านการล้างทำความสะอาดถัง (Purge/Clean) ต้องปฏิบัติตามข้อใด?

1. ถอดป้ายเตือนและป้ายหมายเลข UN ออกทั้งหมด
2. นำรถไปรับส่งผู้โดยสารได้
3. ต้องติดป้ายเตือนและป้ายแสดงหมายเลข UN ไว้ตามปกติ เสมือนว่ายังมีสารเคมีบรรจุอยู่
4. พลิกป้ายสีส้มกลับด้านเพื่อแสดงว่าเป็นรถเปล่า
คำอธิบายเพิ่มเติม ถังเปล่าที่ยังไม่ได้ล้างทำความสะอาด จะยังมีไอระเหยหรือกากสารเคมีตกค้างอยู่ ซึ่งมีความอันตรายและสามารถระเบิดหรือติดไฟได้ กฎหมายจึงบังคับให้ต้องติดป้ายเตือนไว้เช่นเดิม
47

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ใด ที่มีความจำเป็นอันดับแรกเมื่อต้องรับมือกับเหตุ "สารพิษ" (ประเภทที่ 6) รั่วไหล?

1. หมวกนิรภัย (Safety Helmet)
2. หน้ากากป้องกันสารเคมีพร้อมตลับกรองที่ตรงกับชนิดของสาร (Respirator)
3. ที่อุดหู (Earplugs)
4. เสื้อกั๊กสะท้อนแสง
คำอธิบายเพิ่มเติม สารพิษมักเข้าสู่ร่างกายผ่านการสูดดมไอระเหย การปกป้องระบบทางเดินหายใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตผู้ปฏิบัติงาน
48

ตามข้อบังคับ ตำแหน่งการติดแผ่นป้ายเครื่องหมายวัตถุอันตรายบน "รถบรรทุกแบบถัง" (Tank Truck) ต้องติดที่จุดใดบ้าง?

1. ติดเฉพาะด้านหลังรถเท่านั้น
2. ติดเฉพาะด้านข้างทั้งสองด้าน
3. ติดที่ด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างทั้งสองด้านของตัวรถบรรทุก
4. ติดบนหลังคารถ
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ร่วมใช้ถนนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถมองเห็นป้ายเตือนและระบุประเภทของสารเคมีได้อย่างชัดเจนจากทุกทิศทาง
49

วัตถุอันตรายประเภทที่ 7 "วัสดุกัมมันตรังสี" มีอันตรายหลักในเรื่องใดที่แตกต่างจากสารเคมีทั่วไป?

1. เป็นสารที่ติดไฟได้ง่ายที่สุด
2. แผ่รังสีที่มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น ซึ่งสามารถทะลุทะลวงเข้าทำลายเซลล์ในร่างกายมนุษย์ได้
3. มีฤทธิ์กัดกร่อนเหล็กได้อย่างรวดเร็ว
4. ระเหยกลายเป็นก๊าซพิษเมื่อโดนแสงแดด
คำอธิบายเพิ่มเติม อันตรายของรังสีไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ ต้องใช้อุปกรณ์ตรวจวัดเฉพาะ (Survey Meter) และการป้องกันต้องอาศัยระยะห่าง ระยะเวลา และวัสดุกำบัง (เช่น ตะกั่ว)
50

หากเกิดพายุฝนตกหนัก ทัศนวิสัยในการมองเห็นเลวร้ายมาก ผู้ขับรถขนส่งวัตถุอันตรายควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะปลอดภัยที่สุด?

1. เปิดไฟสูงและขับด้วยความเร็วเท่าเดิม
2. ขับจี้ท้ายรถคันหน้าเพื่อดูไฟท้าย
3. นำรถจอดในบริเวณที่ปลอดภัยนอกช่องทางจราจร (เช่น จุดพักรถ) เปิดไฟฉุกเฉิน และรอจนกว่าทัศนวิสัยจะดีขึ้น
4. บีบแตรตลอดทางเพื่อเตือนรถคันอื่น
คำอธิบายเพิ่มเติม การขับรถบรรทุกหนักที่มีของเหลวอันตรายในสภาพอากาศเลวร้ายมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุลื่นไถลหรือชนท้าย การหยุดพักในที่ปลอดภัยคือทางเลือกที่ดีที่สุด
51

พฤติกรรมใดที่ "ห้ามทำอย่างเด็ดขาด" ในรัศมี 15 เมตรจากรถขนส่งวัตถุอันตรายประเภทไวไฟ?

1. การดื่มน้ำ
2. การรับประทานอาหาร
3. การสูบและจุดบุหรี่
4. การเดินตรวจเช็กรอบรถ
คำอธิบายเพิ่มเติม การสูบบุหรี่หรือทำให้เกิดประกายไฟเป็นข้อห้ามเด็ดขาด (No Smoking) เพราะไอระเหยของสารไวไฟที่มองไม่เห็นอาจลอยมาถึงและเกิดการลุกไหม้หรือระเบิดทันที
52

หากเพื่อนร่วมงานสูดดมไอระเหยของสารเคมีที่เป็นพิษเข้าไปจนมีอาการวิงเวียน ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร?

1. ให้นอนราบกับพื้นในบริเวณเกิดเหตุ
2. รีบพาผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุไปยังบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเทสะดวก ปลดเสื้อผ้าให้หลวม และนำส่งแพทย์
3. ให้ดื่มน้ำนมในปริมาณมากๆ
4. ทำการผายปอด (CPR) ทันทีแม้ผู้ป่วยยังหายใจเองได้
คำอธิบายเพิ่มเติม สิ่งแรกที่ต้องทำคือย้ายผู้ป่วยออกจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ เพื่อให้สูดอากาศบริสุทธิ์ และเตรียมส่งแพทย์ ห้ามทำการเป่าปาก (ผายปอด) หากผู้ช่วยไม่แน่ใจเรื่องสารพิษปนเปื้อน
53

การขนส่งวัตถุอันตรายประเภทใด ที่ผู้ประกอบการมักต้องใช้รถที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิความเย็น (Refrigerated Truck) ในการขนส่ง?

1. ก๊าซเฉื่อย
2. สารออร์แกนิกเพอร์ออกไซด์ (ประเภท 5.2) ที่สลายตัวได้ง่ายเมื่ออุณหภูมิสูง
3. น้ำมันดีเซล
4. ถ่านหิน
คำอธิบายเพิ่มเติม สารเคมีกลุ่มออร์แกนิกเพอร์ออกไซด์บางชนิดมีความไม่เสถียรสูงมาก หากอุณหภูมิสูงเกินกว่าที่กำหนด (SADT) จะเกิดการสลายตัวอย่างรุนแรงและลุกไหม้ระเบิดได้เอง จึงต้องขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control)
54

บนป้ายสีส้ม รหัสอันตรายที่มีตัวเลขซ้ำกัน เช่น "33" หมายความว่าอย่างไร?

1. เป็นสารเคมีที่หมดอายุแล้ว
2. เป็นของเหลวที่มีความไวไฟสูงมาก (ทวีความรุนแรงของอันตราย)
3. ต้องใช้ผู้ขับขี่ 3 คน
4. ขนส่งได้เฉพาะวันพุธ
คำอธิบายเพิ่มเติม เลขหลักแรกบอกประเภทอันตราย (เลข 3 = ของเหลวไวไฟ) เมื่อเลขซ้ำกัน (33) จะเป็นการเน้นย้ำว่าสารนั้นมีความเป็นอันตรายในประเภทนั้นรุนแรงมากเป็นพิเศษ
55

เมื่อต้องดำเนินการถ่ายเทของเหลวไวไฟขึ้น-ลงรถถัง (Loading/Unloading) แต่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ผู้ปฏิบัติงานควรทำอย่างไร?

1. รีบดำเนินการให้เสร็จเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า
2. กางร่มขนาดใหญ่บังบริเวณวาล์ว
3. หยุดการถ่ายเทสารเคมีทันที ปิดวาล์ว ถอดสายพ่วง และรอจนกว่าพายุฟ้าคะนองจะสงบ
4. ดำเนินการต่อไปตามปกติเพราะรถมีสายดินแล้ว
คำอธิบายเพิ่มเติม ฝนฟ้าคะนองมีความเสี่ยงที่จะเกิดฟ้าผ่า ซึ่งสายดินอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันกระแสไฟฟ้ามหาศาลจากฟ้าผ่าได้ กฎความปลอดภัยสากลระบุให้หยุดกิจกรรม Loading ทั้งหมดทันที
56

สารเคมีใดต่อไปนี้ จัดอยู่ในวัตถุอันตรายประเภทที่ 8 (สารกัดกร่อน)?

1. น้ำกรดเติมแบตเตอรี่ (กรดซัลฟิวริก)
2. ก๊าซหุงต้ม (LPG)
3. แอลกอฮอล์ล้างแผล
4. สีทาบ้าน
คำอธิบายเพิ่มเติม กรดซัลฟิวริกมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง สามารถทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังและกัดกร่อนโลหะให้เสียหายได้ จึงถูกจัดอยู่ในประเภทที่ 8 (Corrosive)
57

การตรวจสอบก่อนการเดินทาง (Pre-trip Inspection) สำหรับรถบรรทุกวัตถุอันตรายแบบถัง ควรให้ความสำคัญกับส่วนใดเป็นพิเศษเพื่อป้องกันสารรั่วไหล?

1. สีของตัวรถ
2. เครื่องเสียงในห้องโดยสาร
3. สภาพของถังบรรจุ วาล์วปิด-เปิด ฝาปิดซีล ข้อต่อ และท่อจ่าย
4. ลวดลายของป้ายทะเบียน
คำอธิบายเพิ่มเติม จุดเชื่อมต่อและวาล์วต่างๆ เป็นจุดที่อ่อนไหวที่สุดต่อการรั่วซึม ผู้ขับขี่ต้องมั่นใจว่าทุกจุดถูกปิดล็อกอย่างแน่นหนาและไม่มีร่องรอยการหยดของของเหลว
58

ป้ายสัญลักษณ์ของวัตถุอันตรายประเภทที่ 2 (ก๊าซ) จะมีรูปภาพสัญลักษณ์ใดปรากฏอยู่ตรงกลางป้ายเป็นหลัก?

1. รูปกระบอกสูบ (ถังก๊าซ) หรือ รูปเปลวไฟ
2. รูปหัวกะโหลก
3. รูปใบพัด 3 แฉก
4. รูปหยดน้ำกรด
คำอธิบายเพิ่มเติม ประเภทที่ 2 แบ่งย่อยเป็นก๊าซไวไฟ (รูปเปลวไฟบนพื้นแดง) ก๊าซไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษ (รูปถังก๊าซบนพื้นเขียว) และก๊าซพิษ (รูปหัวกะโหลกบนพื้นขาว)
59

สาเหตุใดที่ผู้ขับรถขนส่งวัตถุอันตราย ต้องสวมใส่รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) ปิดส้นมิดชิดเสมอขณะปฏิบัติงาน?

1. เพื่อความสวยงามและเป็นระเบียบ
2. เพื่อให้ขับรถได้เร็วขึ้น
3. เพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมีหกใส่เท้า ป้องกันสิ่งของตกหล่นทับเท้า และกันลื่น
4. เป็นข้อบังคับของบริษัทประกันภัยรถยนต์เท่านั้น
คำอธิบายเพิ่มเติม รองเท้าที่เปิดส้นหรือรองเท้าแตะไม่สามารถป้องกันผิวหนังจากสารเคมีได้ และอาจทำให้ลื่นพลัดตกจากบันไดหรือหลังคารถถังขณะปีนขึ้นไปตรวจสอบวาล์ว
60

หากเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกวัตถุอันตรายพลิกคว่ำบนทางหลวง ผู้ขับขี่ต้องโทรแจ้งข้อมูลใดแก่เจ้าหน้าที่ (191, 1192 หรือสายด่วนกู้ภัย) เป็นอันดับแรก?

1. ชื่อบริษัทประกันภัยและหมายเลขกรมธรรม์
2. สถานที่เกิดเหตุที่ชัดเจน ชนิดของสารเคมี (แจ้งหมายเลข UN) และสถานการณ์การรั่วไหล/เพลิงไหม้
3. ยี่ห้อและรุ่นของรถบรรทุก
4. ชื่อและนามสกุลของผู้จัดการบริษัทขนส่ง
คำอธิบายเพิ่มเติม ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญที่สุด (Size-up Information) เพื่อให้หน่วยกู้ภัยสามารถส่งรถดับเพลิงเคมีและชุดป้องกัน PPE ที่ถูกต้องตรงกับชนิดของสารเคมีมายังพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
61

บนป้ายสีส้ม รหัสอันตราย (Kemler Code) ที่มีตัวเลข 2 หลักและลงท้ายด้วยเลข "0" (เช่น 30, 80) หมายความว่าอย่างไร?

1. เป็นสารเคมีที่เสื่อมสภาพแล้ว
2. มีความอันตรายตามประเภทนั้นเพียงอย่างเดียว ไม่มีความอันตรายแฝงอื่น
3. เป็นสารเคมีที่มีปริมาณน้อยมาก
4. เป็นสารที่ปลอดภัย สามารถดับไฟด้วยน้ำได้
คำอธิบายเพิ่มเติม เลข "0" ที่ต่อท้ายหมายถึงสารชนิดนั้นมีอันตรายหลักเพียงอย่างเดียวตามตัวเลขตัวแรก (เช่น 30 คือ ของเหลวไวไฟที่ไม่มีอันตรายอื่นแอบแฝง)