📖 ศึกษาข้อสอบพร้อมเฉลย

ทบทวนแนวข้อสอบใบขับขี่เจาะลึกแต่ละหมวดหมู่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณมั่นใจ 100% ก่อนลงสนามจริง

หมวด: ข้อสอบใบขับขี่ ชนิดที่ 3 บ.3 ท.3 รถลากจูง

มีข้อสอบทั้งหมด 54 ข้อ
1

การขับรถลากจูงรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงนั้น ผู้ขับรถจะต้องรู้สิ่งใดบ้าง

1. น้ำหนักที่บรรทุก
2. ขีดความสามารถของระบบห้ามล้อของรถ
3. สมรรถนะของรถ
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม ผู้ขับรถจำเป็นต้องทราบทั้งน้ำหนักที่บรรทุก ขีดความสามารถของระบบห้ามล้อของรถ และสมรรถนะของรถ เพื่อความปลอดภัยในการควบคุมรถขนาดใหญ่
2

ในการเลี้ยวรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงควรปฏิบัติอย่างไร

1. ให้เลี้ยวมุมแคบที่สุดเท่าที่จะทำได้
2. ใช้เกียร์ว่างเพื่อให้รถไหลไปเอง
3. ลดความเร็วของรถและลดลำดับเกียร์ลงตามความเหมาะสม
4. ไม่มีข้อถูก
คำอธิบายเพิ่มเติม การลดความเร็วและลดเกียร์ก่อนเลี้ยวช่วยให้รถมีกำลังลากจูงที่เหมาะสมและป้องกันการเสียการทรงตัวหรือหลุดโค้ง
3

รถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงจะวิ่งช้ากว่ารถยนต์อื่นๆ ดังนั้น ผู้ขับรถควรปฏิบัติอย่างไร

1. ขับรถแซงรถยนต์อื่นเมื่อรู้สึกง่วงนอน
2. ขับรถด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเมื่อรู้สึกง่วงนอน
3. ขับรถชิดด้านขวาของทางเดินรถเพื่อป้องกันการตกไหล่ทาง
4. ให้โอกาสรถอื่นแซงผ่านขึ้นหน้าไปก่อน
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อมารยาทในการขับขี่และลดปัญหาการจราจรติดขัด รถขนาดใหญ่ที่วิ่งช้าควรให้ทางรถคันอื่นแซงผ่านขึ้นหน้าไปก่อน
4

รถพ่วงหมายถึงรถตามข้อใด

1. รถที่ใช้ลากจูงรถอื่น
2. รถที่เคลื่อนที่โดยใช้รถอื่นลากจูง
3. รถที่มีลักษณะของรถไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง
4. รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล
คำอธิบายเพิ่มเติม รถพ่วงคือรถที่ไม่มีกำลังขับเคลื่อนในตัวเอง ต้องอาศัยรถลากจูงอื่นในการลากให้เคลื่อนที่
5

การเปลี่ยนลำดับเกียร์ของรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงควรคำนึงถึงข้อใด

1. ความเร็วของรถ
2. สภาพการจราจร
3. ความเร็วรอบของเครื่องยนต์
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การเปลี่ยนเกียร์ของรถบรรทุกหนักต้องคำนึงถึงความเร็วของรถ สภาพการจราจร และความเร็วรอบของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กัน
6

ผู้ขับรถลากจูงที่ดีไม่ควรปฏิบัติอย่างไร

1. ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง
2. ดื่มสุราก่อนขับรถ
3. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
4. วางแผนการเดินทางล่วงหน้า
คำอธิบายเพิ่มเติม การดื่มสุราก่อนขับรถ ทำให้สติสัมปชัญญะและการตัดสินใจลดลง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการควบคุมยานพาหนะ
7

การต่อรถกึ่งพ่วงไม่ควรปฏิบัติอย่างไร

1. ถอยรถลาดจูงเข้าหารถกึ่งพ่วงอย่างช้า ๆ เพื่อให้สลักคิงพิน และสลักปากนกแก้วล็อกกัน
2. ทำการต่อสายลมเบรก สายไฟฟ้า และตรวจสอบการล็อกของสลักคิงพินกับสลักปากนกแก้ว
3. ต่อรถกึ่งพ่วงโดยถอยหลังกระแทกอย่างแรง
4. เคลื่อนรถลากจูงให้ตรงกับรถกึ่งพ่วง
คำอธิบายเพิ่มเติม การถอยรถชนหรือกระแทกอย่างแรงอาจทำให้อุปกรณ์สลักคิงพินและชุดจานลากชำรุดเสียหายได้ ควรใช้วิธีถอยเข้าอย่างช้า ๆ
8

ข้อใด “ไม่ถูกต้อง” ในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงลงทางลาดชัน

1. ให้ใช้เบรกเท้าอย่างเดียวมาก ๆ ในการชะลอความเร็ว
2. ควรใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็ว
3. ในการใช้เบรกให้ใช้เบรกเท้าร่วมกับเบรกรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงในการชะลอความเร็ว
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การใช้เบรกเท้าเพียงอย่างเดียวเวลาลงเขาจะทำให้เบรกทำงานหนักและเกิดความร้อนสะสมจนอาจทำงานล้มเหลว ควรใช้เบรกเท้าร่วมกับเบรกรถพ่วงและใช้เกียร์ต่ำช่วย
9

ข้อใดไม่ใช่ข้อห้ามในการปฏิบัติสำหรับผู้ขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง

1. เหยียบคลัตช์หรือใช้เกียร์ว่างในขณะขับรถลงทางลาดชัน
2. ขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด
3. ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
4. นำรถที่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับล็อกตู้สินค้ามาใช้ในการขนส่งตู้บรรทุกสินค้า
คำอธิบายเพิ่มเติม การขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนดเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติ ส่วนข้ออื่น ๆ เช่น การเหยียบคลัตช์ขณะลงเขา หรือการไม่ใช้อุปกรณ์ล็อกตู้ ล้วนเป็นข้อห้ามที่ก่อให้เกิดอันตราย
10

รูปภาพนี้เป็นลักษณะของรถตามข้อใด

รูปภาพประกอบข้อสอบข้อที่ 10
1. รถลากจูง
2. รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
3. รถพ่วง
4. รถกึ่งพ่วง
คำอธิบายเพิ่มเติม แม้ในเอกสารจะไม่มีรูปภาพประกอบโดยตรง แต่ตามเฉลยระบุว่าเป็นลักษณะของ "รถพ่วง" ซึ่งคือรถที่มีล้อรับน้ำหนักของตนเองอย่างสมบูรณ์
11

ผู้ขับรถลากจูงที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร

1. วางแผนการเดินทางล่วงหน้า
2. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
3. ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม ผู้ขับรถที่ดีควรตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง พักผ่อนให้เพียงพอ และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
12

ข้อใดถูกต้องในการขับรถขึ้นทางลาดชัน

1. ใช้ความเร็วต่ำและเคลื่อนรถขึ้นอย่างช้า ๆ และด้วยความระมัดระวัง
2. ใช้เกียร์สูง
3. ให้ใช้แรงม้าที่สูงสุดเท่านั้น
4. ใช้ความเร็วสูง
คำอธิบายเพิ่มเติม การขึ้นทางชันด้วยรถที่มีน้ำหนักมากต้องใช้ความเร็วต่ำและค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษากำลังเครื่องยนต์และป้องกันอุบัติเหตุ
13

การปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงควรทำในกรณีใด

1. ขณะไม่มีสิ่งของบรรทุกอยู่บนรถ
2. ขณะที่รถยังมีการเคลื่อนที่
3. ขณะบรรทุกสิ่งของอยู่เต็มบนรถ
4. ขณะทำการบรรทุกแต่สิ่งของอยู่ด้านท้ายของรถกึ่งพ่วง
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยและถนอมอุปกรณ์ ควรปลดรถกึ่งพ่วงขณะที่ไม่มีสิ่งของบรรทุกอยู่บนรถ เพื่อลดแรงกดทับที่เท้าค้ำยัน
14

ข้อใดกล่าวถูกต้องถูกต้องเกี่ยวกับน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกของรถกึ่งพ่วง

1. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วนจะเฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง
2. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจะลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง
3. น้ำหนักรถร่วมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจะลงบนเพลาล้อของรถกึ่งพ่วง
4. ไม่มีข้อใดถูก
คำอธิบายเพิ่มเติม โครงสร้างเฉพาะของรถกึ่งพ่วงจะมีการกระจายน้ำหนักบรรทุกส่วนหน้าให้ถ่ายเทลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง
15

การขับรถเข้าทางโค้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ผู้ขับรถควรปฏิบัติอย่างไร

1. ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายให้เหมาะสม
2. ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดหรือเครื่องหมายจราจรแสดงไว้และขับรถด้วยความระมัดระวัง
3. รักษาระดับความเร็วให้คงที่จนกว่าจะถึงทางตรงแล้วจึงเพิ่มความเร็วขึ้น
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม รถขนาดใหญ่มีวงเลี้ยวกว้าง ผู้ขับขี่จึงต้องควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้ท้ายรถล้ำเส้นทาง
16

หากจำเป็นต้องปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงในกรณีที่มีน้ำหนักบรรทุกอยู่บนรถกึ่งพ่วงไม่ควรปฏิบัติอย่างไร

1. ต้องหมุนเท้าค้ำยันขึ้นตั้งรับโดยเผื่อขึ้นไปเพื่อลดแรงกดกับจานหมุน
2. ต้องหาพื้นที่ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักตัวรถรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกได้อย่างมั่นคง
3. ตั้งเท้าค้ำยันแล้วเคลื่อนรถลากจูงออกอย่างรวดเร็ว
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การเคลื่อนรถลากจูงออกอย่างรวดเร็ว จะทำให้เท้าค้ำยันที่ต้องรับน้ำหนักบรรทุกถูกกระแทกอย่างแรงจนอาจเสียสมดุลหรือหักชำรุดได้
17

การเบรกอย่างรุนแรงมีผลต่อรถลากจูงรถพ่วงอย่างไร

1. ทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงชำรุดได้
2. ช่วยยืดอายุการทำงานของเบรก
3. ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
4. ทำให้หยุดรถได้อย่างปลอดภัย
คำอธิบายเพิ่มเติม การเบรกอย่างรุนแรงจะสร้างแรงกระชากมหาศาลระหว่างตัวรถลากและรถพ่วง ซึ่งสามารถทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงชำรุดเสียหายได้ง่าย
18

รถที่ใช้ในงานเกษตรกรรม

รูปภาพประกอบข้อสอบข้อที่ 18
1. รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
2. รถพ่วง
3. รถลากจูง
4. รถกึ่งพ่วง
19

เมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรงก่อนเข้าโค้งแล้ว ล้อรถลากจูงหยุดหมุนหรือล็อก จะมีผลเกิดขึ้นอย่างไร

1. ทำให้รถลากจูงหักพับคล้ายมีดพับ
2. ทำให้เกิดการแหกโค้งหรือลื่นไถลออกนอกโค้งได้
3. ทำให้ตัวรถกึ่งพ่วงเหวี่ยงออกนอกโค้ง
4. ไม่มีข้อใดถูก
คำอธิบายเพิ่มเติม เมื่อล้อรถลากจูงล็อกขณะเข้าโค้ง รถจะเสียการทรงตัวและไถล ในขณะที่ส่วนพ่วงยังมีแรงเฉื่อยผลักดันมา ทำให้เกิดลักษณะพับเข้าหากันคล้ายมีดพับ (Jackknifing) ซึ่งอันตรายมาก
20

การต่อรถกึ่งพ่วงทำอย่างไรจึงจะทราบว่าสลักปากนกแก้วได้ล็อกสลักคิงพินเรียบร้อยแล้ว

1. ถอยหลังรถลากจูงกระแทกซ้ำอย่างแรง
2. เดินหน้ารถอย่างรวดเร็ว
3. ตรวจสอบด้วยตนเอง
4. ไม่มีข้อใดถูก
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยสูงสุดในการลากจูง ผู้ขับขี่จะต้องลงไปตรวจสอบด้วยตนเองให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สลักล็อกเข้ากันอย่างสมบูรณ์แล้ว
21

รูปภาพนี้เป็นลักษณะของรถตามข้อใด

รูปภาพประกอบข้อสอบข้อที่ 21
1. รถลากจูง
2. รถกึ่งพ่วง
3. รถพ่วง
4. รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว ซึ่งมักถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างที่สามารถปรับขยายความยาวช่วงล้อได้เพื่อใช้ในงานขนส่งวัสดุที่มีความยาวมาก เช่น เสาเข็มหรือท่อนซุง
22

ในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงผู้ขับรถไม่ควรปฏิบัติตามข้อใด

1. ขับรถชิดไหล่ทางมากเกินไปในขณะฝนตกหรือไหล่ทางนุ่ม
2. ห้ามล้อทันทีทันใดโดยไม่จำเป็น
3. การหักเลี้ยววงแคบ
4. ไม่ควรปฏิบัติทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม สำหรับรถขนาดใหญ่และรถพ่วง การขับรถชิดไหล่ทางที่นุ่มในขณะฝนตกอาจทำให้รถติดหล่มหรือพลิกคว่ำได้ การห้ามล้อทันทีทันใดอาจทำให้รถพ่วงพับหรือสะบัด และการหักเลี้ยววงแคบเกินไปก็อาจทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงหรือตัวรถเสียหายได้ ดังนั้นจึงไม่ควรปฏิบัติทุกข้อที่กล่าวมา
23

การขับรถเข้าทางโค้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ผู้ขับรถควรปฏิบัติอย่างไร

1. รักษาระดับความเร็วให้คงที่จนกว่าจะถึงทางตรงแล้วจึงเพิ่มความเร็วขึ้น
2. ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดหรือเครื่องหมายจราจรแสดงไว้และขับรถด้วยความระมัดระวัง
3. ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายให้เหมาะสม
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การเข้าโค้งอย่างปลอดภัยสำหรับรถพ่วง ผู้ขับขี่ต้องรักษาระดับความเร็วให้คงที่และเหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด ขับด้วยความระมัดระวัง และควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนพ่วงเบียดล้ำเลน
24

ข้อใดไม่ได้หมายถึงรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว

1. รถบรรทุกส่วนบุคคล
2. รถที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเองต้องใช้รถอื่นลากจูง
3. รถที่ใช้บรรทุกวัสดุยาว
4. รถที่มีโครงโลหะที่สามารถปรับความยาวของช่วงล้อได้
คำอธิบายเพิ่มเติม รถบรรทุกส่วนบุคคล (เช่น รถกระบะทั่วไป) เป็นรถเดี่ยวที่มีกำลังขับเคลื่อนในตัวเอง แตกต่างจากรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาวที่เป็นรถที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง ต้องใช้รถอื่นลากจูง และมีโครงสร้างโลหะปรับความยาวได้
25

ในการขับรถลากจูงรถพ่วงเลี้ยวถอยหลังโดยใส่สลักล็อกไว้จะมีผลอย่างไร

1. อายุการใช้งานของจานหมุนจะสั้นลง
2. ยางล้อหน้าจะสึกหรอมาก
3. ระบบรองรับน้ำหนักจะสึกหรอมาก
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การใส่สลักล็อกจานหมุนทิ้งไว้ในขณะที่ต้องการเลี้ยวถอยหลัง จะทำให้ตัวรถลากและรถพ่วงไม่สามารถบิดตัวหรือหักเลี้ยวได้อย่างเป็นอิสระ ส่งผลให้เกิดแรงฝืนมหาศาลที่ระบบบังคับเลี้ยวและหน้ายาง โดยเฉพาะยางล้อหน้าที่จะเกิดการไถลและสึกหรอมากกว่าปกติ
26

ขณะขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ถ้ารู้สึกง่วงนอนควรปฏิบัติอย่างไร

1. ดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นประสาทผสมอยู่
2. ขับรถด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น
3. จอดรถพักผ่อนชั่วคราว
4. ขับรถแซงรถคันอื่นให้ได้มากที่สุด
คำอธิบายเพิ่มเติม ความง่วงเป็นสาเหตุหลักของการหลับในและอุบัติเหตุรุนแรง วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือการหาจุดจอดรถที่ปลอดภัยเพื่อนอนพักผ่อนชั่วคราว
27

ในกรณีที่ผู้ขับรถลากจูงได้ตรวจสอบอุปกรณ์และส่วนควบของรถก่อนนำออกใช้แล้วพบว่าชำรุดควรปฏิบัติอย่างไร

1. แจ้งให้เจ้าของรถทราบเพื่อซ่อมแซม และไม่นำรถออกใช้งานเป็นอันขาดจนกว่าจะซ่อมแซมเสร็จ
2. แจ้งให้เจ้าของรถทราบแล้วนำรถนั้นไปใช้งานตามปกติ
3. นำรถไปใช้ให้เสร็จงานในวันนั้นก่อนจึงทำการซ่อมแซม
4. ขับรถนั้นไปซ่อมที่อู่
คำอธิบายเพิ่มเติม ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ หากพบว่าอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถลากจูงชำรุด ห้ามฝืนนำรถออกไปใช้งานเด็ดขาด เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงบนท้องถนนได้ ต้องแจ้งซ่อมให้เรียบร้อยก่อน
28

การขับรถบนสภาพถนนในข้อใดจะทำให้แหนบรถพ่วงหักหรือชำรุดได้

1. คอสะพานที่ทรุดตัวลงมาก ๆ
2. ถนนที่เป็นทางโค้ง
3. ถนนที่มีหลุมขนาดใหญ่
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม รถพ่วงที่บรรทุกน้ำหนักมากเมื่อขับผ่านคอสะพานที่ทรุดตัวมาก ๆ หรือถนนที่มีหลุมขนาดใหญ่ จะเกิดแรงกระแทกในแนวตั้งอย่างรุนแรง ซึ่งแรงนี้สามารถทำให้แหนบหรือระบบรองรับน้ำหนักหักและชำรุดได้ทันที
29

การขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงในกรณีใด รถมักจะส่ายทำให้ควบคุมยากและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

1. ขับรถด้วยความเร็วสูง
2. ขับรถด้วยความเร็วต่ำ
3. ขับรถถอยหลังด้วยความระมัดระวัง
4. ขับรถขึ้นทางลาดชันด้วยเกียร์ต่ำอย่างช้า ๆ
คำอธิบายเพิ่มเติม การขับรถพ่วงด้วยความเร็วสูงจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงและกระแสลมปะทะที่ส่งผลให้ตัวพ่วงด้านหลังเกิดอาการส่ายไปมา (Snaking) ยิ่งความเร็วสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งควบคุมรถได้ยากและเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำมากขึ้น
30

การขับรถกึ่งพ่วงถอยหลังควรปฏิบัติอย่างไร

1. ถอยหลังด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ
2. ให้สัญญาณเตือนทุกครั้ง
3. ไม่ควรถอยหลังอย่างรวดเร็ว
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การถอยหลังรถกึ่งพ่วงมีความยากและบดบังทัศนวิสัยค่อนข้างมาก ผู้ขับขี่จึงต้องถอยด้วยความระมัดระวัง ใช้ความเร็วต่ำ ให้สัญญาณเตือนทุกครั้ง และไม่ควรถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน
31

การขับรถขึ้นทางลาดชันควรปฏิบัติอย่างไร

1. ใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์
2. ใช้เกียร์ต่ำและเคลื่อนรถขึ้นอย่างช้า ๆ
3. ควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเมื่อเกือบถึงจุดสูงสุดของเนินลาดชันเพื่ออาศัยแรงเฉื่อยของรถนำรถ เคลื่อนผ่านจุดสูงสุดของเนินไป
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การขับรถบรรทุกหนักขึ้นทางชันอย่างปลอดภัย ผู้ขับขี่ต้องใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์ ใช้เกียร์ต่ำและเคลื่อนรถขึ้นอย่างช้า ๆ และควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเมื่อเกือบถึงจุดสูงสุดเพื่ออาศัยแรงเฉื่อยนำรถเคลื่อนผ่านไปอย่างปลอดภัย
32

การต่อรถพ่วงโดยการถอยหลังกระแทกอย่างแรงจะเกิดผลอย่างไร

1. ทำให้การล็อกของสลักคิงพินและสลักปากนกแก้วแน่นสนิทยิ่งขึ้น
2. ทำให้สลักคิงพินและชุดสลักปากนกแก้วชำรุดได้
3. ไม่มีข้อใดถูก
4. ทำให้ระบบเบรกและระบบไฟฟ้าของรถพ่วงใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
คำอธิบายเพิ่มเติม การถอยรถกระแทกอย่างรุนแรงไม่ได้ช่วยให้ระบบล็อกแน่นหนาขึ้น แต่แรงกระแทกมหาศาลจะทำให้กลไกการล็อก เช่น สลักคิงพินหรือชุดปากนกแก้ว เกิดการบิดเบี้ยวหรือชำรุดเสียหายได้
33

การขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงในระยะทางไกล ผู้ขับรถควรหลีกเลี่ยงข้อใด

1. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านชุมชนหนาแน่นหรือมีการจราจรพลุกพล่าน
2. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่คดเคี้ยวและแคบ
3. หลีกเลี่ยงการดื่ม
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม รถพ่วงขนาดใหญ่มีวงเลี้ยวและระยะเบรกมาก ในการเดินทางไกลจึงควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่แคบ คดเคี้ยว หรือผ่านย่านชุมชนหนาแน่นที่มีการจราจรพลุกพล่านเพื่อความปลอดภัย รวมถึงต้องหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
34

การออกรถควรปฏิบัติอย่างไร

1. ออกรถโดยไม่ต้องสังเกตพื้นที่บริเวณรอบข้าง
2. เคลื่อนรถออกด้วยเกียร์ต่ำให้เหมาะสมและด้วยความระมัดระวัง
3. ให้เคลื่อนรถออกอย่างรวดเร็ว
4. ใช้เกียร์สูง
คำอธิบายเพิ่มเติม รถบรรทุกที่มีน้ำหนักลากจูงมาก ต้องเริ่มเคลื่อนตัวจากเกียร์ต่ำเสมอเพื่อให้เครื่องยนต์มีแรงบิดเพียงพอในการฉุดลากตัวรถและส่วนพ่วงให้เคลื่อนออกไปได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัย
35

การปลดรถพ่วงออกจากรถลากจูงควรปฏิบัติอย่างไร

1. ปิดวาล์วลมเบรกที่ท้ายรถลากจูง
2. จอดรถให้นิ่งโดยให้ตัวรถลากจูงตรงกับรถพ่วง
3. ถอดสายลมเบรกและสายไฟฟ้าเก็บให้เรียบร้อย
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม ขั้นตอนการปลดรถพ่วงที่ถูกต้องและปลอดภัยคือ ต้องจอดรถให้นิ่งโดยให้ตัวรถลากตรงกับรถพ่วงก่อน จากนั้นทำการปิดวาล์วลมเบรกที่ท้ายรถลากจูง แล้วจึงถอดสายลมเบรกและสายไฟฟ้าเก็บให้เรียบร้อย
36

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกของรถพ่วง

1. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดลงบนเพลาล้อสมบูรณ์ในตัวรถพ่วงเอง
2. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วนจะเฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถพ่วง
3. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจะลงบนเพลาล้อของรถลากจูง
4. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วนเฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถลากจูง
คำอธิบายเพิ่มเติม นี่คือคุณลักษณะเฉพาะของ "รถพ่วง (Full Trailer)" ซึ่งตัวรถพ่วงจะมีเพลาล้อรองรับน้ำหนักของตัวเองอย่างสมบูรณ์ ต่างจาก "รถกึ่งพ่วง (Semi Trailer)" ที่น้ำหนักบรรทุกส่วนหน้าจะถูกถ่ายเทลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง
37

การปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงควรปฏิบัติอย่างไร

1. เคลื่อนรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงตรงกัน
2. ปิดวาล์วลมเบรกและเก็บสายลมเบรก สายไฟฟ้าให้เรียบร้อย
3. ตั้งเท้าค้ำยันรับตัวรถกึ่งพ่วงแล้วจึงปลดสลักปากนกแก้วที่จานลาก
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การปลดรถกึ่งพ่วงที่ถูกต้อง ต้องจอดรถให้ตรงกัน ปิดวาล์วลมและเก็บสายลมสายไฟให้เรียบร้อย และที่สำคัญคือต้องตั้งเท้าค้ำยันลงมารองรับน้ำหนักตัวรถกึ่งพ่วงให้มั่นคงก่อน แล้วจึงปลดสลักล็อกที่จานลาก
38

ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่รถที่มีลักษณะคล้ายรถกึ่งพ่วงที่เรียกว่า“รถสาลี่” จึงไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้งาน

1. บรรทุกได้มากที่สุด
2. ไม่มีอุปกรณ์ห้ามล้อในส่วนรถกึ่งพ่วง
3. ไม่มีโครงคัสซีที่ปรับความยาวได้
4. ไม่มีจานล้อที่ห้า
39

การหยุดรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงเพื่อให้เกิดความปลอดภัยควรปฏิบัติอย่างไร

1. ใช้เกียร์ว่างเพื่อให้รถไหลไปและหยุดเองในที่สุด
2. ใช้เบรกไอเสียในการชะลอความเร็วของรถลงและเปลี่ยนเกียร์มาอยู่ที่เกียร์ลำดับต่ำ
3. ใช้เบรกมือในการหยุดรถ
4. ไม่มีข้อใดถูก
คำอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นหลักการขับขี่และหยุดรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดในทางปฏิบัติ มีเหตุผลสำคัญทางวิศวกรรมยานยนต์และความปลอดภัย
40

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการบรรทุกน้ำหนักของรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง

1. น้ำหนักสูงสุดไม่ควรเกินกำหนด
2. รถที่ติดตั้งถังจะต้องติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถกระจายน้ำหนักบรรทุกลงบน เพลาหน้า และเพลาหลังได้อย่างเหมาะสม
3. ให้ของที่มีน้ำหนักมากอยู่ข้างล่าง
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การบรรทุกน้ำหนักที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย คือ น้ำหนักสูงสุดต้องไม่เกินที่กำหนด จัดวางให้สิ่งของที่มีน้ำหนักมากอยู่ด้านล่างสุดเพื่อรักษาจุดศูนย์ถ่วง และหากเป็นรถติดตั้งถัง จะต้องติดตั้งในตำแหน่งที่กระจายน้ำหนักลงบนเพลาหน้าและเพลาหลังได้อย่างเหมาะสม
41

ข้อใดถูกต้องในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงถอยหลัง

1. การถอยหลังในที่คับขันจำเป็นต้องมีผู้คอยดูท้ายรถให้
2. ควรถอยอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวังและให้สัญญาณในการถอยหลังทุกครั้ง
3. บริเวณที่จะถอยหลังต้องไม่มีสิ่งกีดขวางหรือยานพาหนะอื่น
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การถอยหลังรถพ่วงมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากทัศนวิสัยถูกบดบังได้ง่าย ดังนั้นในที่คับขันจำเป็นต้องมีผู้คอยช่วยดูท้ายรถให้ ขณะถอยต้องทำอย่างช้า ๆ พร้อมให้สัญญาณเตือนทุกครั้ง และต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริเวณที่จะถอยไม่มีสิ่งกีดขวางหรือรถคันอื่นอยู่
42

ข้อใดควรปฏิบัติในการต่อรถกึ่งพ่วง

1. ต่อรถกึ่งพ่วงโดยตัวรถลากจูงไม่ตรงกับรถกึ่งพ่วง
2. ทำการต่อสายลมเบรก สายไฟฟ้า และตรวจสอบการล็อกของสลักคิงพินกับสลักปากนกแก้ว
3. ต่อรถกึ่งพ่วงเมื่อฐานสลักคิงพินต่ำกว่าแป้นจานลาก
4. ต่อรถกึ่งพ่วงโดยถอยหลังกระแทกอย่างแรง
คำอธิบายเพิ่มเติม หลังจากที่ถอยรถลากจูงเข้าตำแหน่งล็อกกับรถกึ่งพ่วงแล้ว ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติคือการเชื่อมต่อระบบส่วนควบต่างๆ ได้แก่ สายลมระบบเบรก และสายไฟฟ้าสัญญาณ รวมถึงต้องตรวจสอบกลไกการล็อกระหว่างสลักคิงพินกับจานลากให้แน่ใจว่าแน่นหนาดีแล้วก่อนออกรถ
43

การใช้รอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่รอบสูง ๆ โดยไม่จำเป็นนั้นจะมีผลเสียต่อรถอย่างไร

1. ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
2. ทำให้ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
3. ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและเกิดการสึกหรอ
4. ทำให้รถเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวล
คำอธิบายเพิ่มเติม การลากรอบเครื่องยนต์สูงเกินความจำเป็น (Over-revving) จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานเกินย่านความประหยัด ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ และทำให้ชิ้นส่วนกลไกภายในเครื่องยนต์เกิดความร้อนและสึกหรอเร็วกว่าปกติ
44

ในการขับรถลากจูงรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงนั้น ผู้ขับรถควรปฏิบัติตามข้อใด

1. หลีกเลี่ยงการเบรกอย่างรุนแรง
2. กรณีขับรถลากจูงรถพ่วง เวลาถอยหลังทางตรงให้ใส่สลักจานหมุนทุกครั้ง
3. ขับรถด้วยความระมัดระวัง
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม ผู้ขับขี่ที่ดีต้องขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นหลัก พยายามหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างรุนแรงกะทันหันเพื่อป้องกันส่วนพ่วงสะบัด และสำหรับรถพ่วง (Full Trailer) เวลาจะถอยหลังทางตรง การใส่สลักล็อกจานหมุนจะช่วยตรึงล้อหน้าของรถพ่วงไม่ให้ส่าย ทำให้ถอยตรงทางได้ง่ายขึ้น
45

ลักษณะของรถลากจูงรถกึ่งพ่วงข้อใดที่เกิดจากการห้ามล้ออย่างรุนแรงขณะเข้าโค้ง

1. การที่ตัวรถกึ่งพ่วงเหวี่ยงออกนอกโค้ง
2. การหักพับคล้ายมีดพับของรถลากจูง
3. การแหกโค้ง
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การเหยียบเบรกกะทันหันอย่างรุนแรงในขณะเข้าโค้ง จะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางและแรงเฉื่อยสะสมมหาศาล ส่งผลให้ตัวรถกึ่งพ่วงเหวี่ยงปัดออกนอกโค้ง รถเกิดอาการลื่นไถลแหกโค้ง หรือเกิดอุบัติเหตุรถลากจูงหักพับเข้าหาตัวพ่วงคล้ายมีดพับ (Jackknifing) ได้ทุกรูปแบบ
46

ก่อนนำรถลากจูงรถกึ่งพ่วงออกใช้งาน ผู้ขับรถต้องตรวจสอบอะไรบ้าง

1. ตรวจสอบความดันลมของยางให้ถูกต้องตามที่ผู้ผลิตกำหนด
2. ตรวจสอบหัวต่อสายลมเบรกให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย
3. ตรวจสอบระบบไฟให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งาน
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยก่อนออกเดินทาง ผู้ขับขี่ต้องตรวจเช็กความพร้อมรอบคัน โดยต้องตรวจสอบความดันลมยางให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบหัวต่อสายลมเบรกไม่ให้รั่วซึม และตรวจสอบระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณทั้งหมดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
47

ในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ผู้ขับรถควรปฏิบัติตามข้อใด

1. ขับรถชิดไหล่ทางมากเกินไปในขณะฝนตกหรือไหล่ทางนุ่ม
2. การหักเลี้ยววงแคบ
3. ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง
4. ห้ามล้อทันทีทันใดโดยไม่จำเป็น
คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นหน้าที่และข้อปฏิบัติพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของผู้ขับรถลากจูงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากความบกพร่องของตัวรถ ส่วนข้อเลือกอื่น ๆ เช่น ขับชิดไหล่ทางนุ่ม เลี้ยววงแคบเกินไป หรือเบรกกะทันหันโดยไม่จำเป็น ล้วนเป็นพฤติกรรมอันตรายที่ไม่ควรปฏิบัติ
48

การปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงให้ใช้สิ่งใดในการองรับน้ำหนักของรถกึ่งพ่วง

1. หมอนหนุนล้อ
2. ปากนกแก้ว คิงพิน
3. เท้าค้ำยัน
4. เพลาล้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม เนื่องจากรถกึ่งพ่วงไม่มีล้อด้านหน้าคอยรับน้ำหนักตัวเองเหมือนรถพ่วงทั่วไป เมื่อต้องปลดรถลากจูงออก จึงต้องใช้ระบบ "เท้าค้ำยัน" หมุนลงมาค้ำรับน้ำหนักส่วนหน้าของรถกึ่งพ่วงไว้กับพื้นให้มั่นคง
49

ห้ามผู้ขับรถลากจูงรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงปฏิบัติตามข้อใด

1. ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
2. เหยียบคลัตช์หรือใช้เกียร์ว่างในขณะขับรถลงทางลาดชัน
3. นำรถบรรทุกที่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับล็อกตู้สินค้ามาใช้ในการขนส่งตู้บรรทุกสินค้า
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม สิ่งที่กฎหมายและหลักความปลอดภัยห้ามทำเด็ดขาดคือ ห้ามขับรถเร็วเกินกำหนด ห้ามเหยียบคลัตช์หรือใส่เกียร์ว่างปล่อยรถไหลลงทางลาดชัน (เพราะจะเสียแรงหน่วงเครื่องยนต์) และห้ามใช้รถที่ไม่มีอุปกรณ์ล็อกตู้สินค้า (Twist Lock) ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เพราะตู้อาจร่วงหล่นลงมาได้
50

รูปภาพนี้เป็นลักษณะการใช้งานของรถตามข้อใด

รูปภาพประกอบข้อสอบข้อที่ 50
1. รถลากจูงรถกึ่งพ่วงใช้ขนส่งผู้โดยสาร
2. รถลากจูงรถกึ่งพ่วง
3. รถที่ใช้งานเกษตรกรรม
4. รถลากจูงรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
51

การขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงแซงเพื่อขึ้นหน้ารถอื่นนั้นจะกระทำได้ตามข้อใด

1. เมื่อเวลาที่มีหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก
2. เมื่อเห็นว่าเหมาะสมและปลอดภัยจริง ๆ โดยระยะห่างจากรถที่สวนมาต้องไกลพอที่จะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
3. เมื่อรถที่วิ่งอยู่ข้างหน้าวิ่งด้วยความเร็วสูงกว่า
4. เมื่อมีความรู้สึกง่วงนอนเพื่อให้รู้สึกตื่นตัว
คำอธิบายเพิ่มเติม รถพ่วงมีความยาวมากและทำความเร็วได้ช้า การแซงจึงต้องใช้พื้นที่และเวลามากกว่ารถยนต์ทั่วไป ผู้ขับขี่จึงจะแซงได้ก็ต่อเมื่อทัศนวิสัยเปิดกว้าง ปลอดภัย และรถที่สวนทางมาต้องอยู่ห่างออกไปไกลมากพอที่จะแซงพ้นได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น
52

ในการเลี้ยวรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงควรปฏิบัติอย่างไร

1. ลดความเร็วของรถและลดลำดับเกียร์ลงตามความเหมาะสม
2. ใช้เกียร์ว่างเพื่อให้รถไหลไปเอง
3. ให้เลี้ยวมุมแคบที่สุดเท่าที่จะทำได้
4. ไม่มีข้อใดถูก
คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อควบคุมรถพ่วงที่มีน้ำหนักมากให้อยู่ในเส้นทางอย่างปลอดภัย ก่อนถึงทางเลี้ยวผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็วและเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ เพื่อให้เครื่องยนต์มีแรงบิดฉุดลากส่วนพ่วงเลี้ยวผ่านไปได้โดยไม่เกิดแรงเหวี่ยงจนรถพลิกคว่ำ
53

ในการบรรทุกเสาเข็มงานก่อสร้างหรือท่อนซุงที่มีความยาวมาก เพื่อให้เหมาะสมกับงานและเกิดความปลอดภัยต้องใช้รถตามข้อใด

1. รถลากจูงรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
2. รถสาลี่
3. รถสิบล้อ
4. รถที่ใช้ในงานเกษตรกรรม
คำอธิบายเพิ่มเติม การขนส่งวัตถุที่มีความยาวมากเกินปกติ เช่น เสาเข็มหรือซุง รถบรรทุกเดี่ยวทั่วไปจะไม่สามารถบรรทุกได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากวัตถุจะยื่นพ้นตัวรถเกินไป จึงต้องใช้ "รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว" ที่ออกแบบคัสซีมาให้ปรับยืดขยายระยะช่วงล้อให้ยาวตามขนาดของวัสดุได้
54

การขับรถขึ้นทางลาดชันควรปฏิบัติอย่างไร

1. ใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์
2. ใช้เกียร์ต่ำและเคลื่อนรถขึ้นอย่างช้า ๆ
3. ควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเมื่อเกือบถึงจุดสุดยอดของเนินลาดชันเพื่ออาศัยแรงเฉื่อยของรถนำรถเคลื่อนผ่าน จุดสูงสุดของเนินไป
4. ถูกทุกข้อ
คำอธิบายเพิ่มเติม การขึ้นทางชันด้วยรถบรรทุกหนักให้ปลอดภัย ต้องใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์และตำแหน่งเกียร์ต่ำที่สัมพันธ์กันเพื่อให้มีกำลังฉุดลาก ควรเคลื่อนที่ขึ้นไปช้าๆ และเมื่อใกล้จะถึงยอดเนินให้ผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเพื่อใช้แรงเฉื่อยของรถส่งตัวรถผ่านจุดสูงสุดไปอย่างนุ่มนวล