รถบรรทุกยกเทต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยก เริ่ม 1 ต.ค. 2569

รถบรรทุกยกเท

รถบรรทุก-ยกเทต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยก ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม 1 ต.ค. 2569

กรมการขนส่งทางบก เดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนน เตรียมกำหนดให้ รถบรรทุกยกเท หรือรถดัมพ์ (Dump Truck) ติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนขณะกระบะบรรทุกยกขึ้นหรือลดลง เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้ขับขี่  ดีเดย์วันที่ 1 ตุลาคม 2569 สำหรับรถในกลุ่มที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์

มาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากกรณีผู้ขับขี่ลืมลดกระบะลงจนสุด หรือลืมปลดระบบ PTO ก่อนนำรถออกเดินทาง ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุและสร้างความเสียหายต่อสะพาน โครงสร้างเหนือถนน รวมถึงทรัพย์สินและผู้ใช้รถใช้ถนน


ทำไมรถต้องมีระบบแจ้งเตือน?

รถบรรทุกยกเท หรือรถดัมพ์ เป็นรถที่ใช้สำหรับขนส่งวัสดุ เช่น ดิน หิน ทราย และวัสดุก่อสร้าง โดยมีจุดเด่นคือสามารถยกกระบะขึ้นเพื่อเทวัสดุออกจากตัวรถ

อย่างไรก็ตาม หากผู้ขับขี่ ลืมลดกระบะลงจนสุด แล้วนำรถออกเดินทาง กระบะที่ยกค้างอยู่สามารถชนกับสะพาน ป้ายจราจร สายไฟ หรือโครงสร้างอื่น ๆ ได้

จากข้อมูล สาเหตุสำคัญของปัญหาคือ Human Error หรือความผิดพลาดของคน เช่น

  • ผู้ขับขี่ลืมลดกระบะลงจนสุด
  • ลืมตรวจสอบตำแหน่งของกระบะก่อนออกเดินทาง
  • ลืมปลดระบบ PTO
  • ไม่ได้รับสัญญาณเตือนว่ากระบะยังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ปลอดภัย

ดังนั้น การติดตั้ง อุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยกดัมพ์ จึงมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดเหตุจากความผิดพลาดดังกล่าว


รถกลุ่มเสี่ยงมีประมาณ 30% ของรถบรรทุกทั้งหมด

รถกลุ่มเสี่ยงมีจำนวนประมาณ 30% ของรถบรรทุกทั้งหมด

โดยมีข้อมูลรถที่เกี่ยวข้องจดทะเบียนสะสมประมาณ 377,338 คัน จากจำนวนรถบรรทุกทั้งหมดกว่า 1.2 ล้านคัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการด้านระบบแจ้งเตือนมีความเกี่ยวข้องกับรถบรรทุกจำนวนมาก และเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถบรรทุกที่ใช้งานบนท้องถนน


อุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยกต้องมีทั้งไฟและเสียง

มาตรการสำคัญคือการกำหนดให้รถที่อยู่ในข่ายต้อง ติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยกทั้งแบบแสงและเสียง

อุปกรณ์ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่สามารถ มองเห็นและได้ยินสัญญาณแจ้งเตือนได้อย่างชัดเจน

ระบบแจ้งเตือนทำงานอย่างไร?

ระบบแจ้งเตือนจะทำงานตามสถานะของกระบะบรรทุก โดยมีหลักการสำคัญดังนี้

เมื่อเริ่มยกกระบะขึ้น
ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่ากระบะกำลังอยู่ในกระบวนการยก

เมื่อลดกระบะลงแต่ยังไม่สุด
ระบบจะยังคงแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่ากระบะยังไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย

เมื่อกระบะลดลงจนสุด
สัญญาณแสงและเสียงจะหยุดเตือนเมื่อกระบะลดลงจนสุด

ข้อควรจำ: ก่อนนำรถออกจากจุดจอด ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบตำแหน่งกระบะให้เรียบร้อยทุกครั้ง และตรวจสอบระบบที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนการใช้งานของรถ


รถประเภทใดที่ต้องเตรียมความพร้อม?

กลุ่มรถที่เกี่ยวข้องกับมาตรการเป็นรถที่มีลักษณะตัวถังสำหรับบรรทุกแบบ ยกเท รวมถึงรถที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก

ตัวอย่างกลุ่มรถได้แก่

  • รถบรรทุกยกเท
  • รถบรรทุกลากจูงที่มีส่วนยกเท
  • รถลากจูงที่มีชุดกระบะยกเท

เจ้าของรถและผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดของรถแต่ละคันว่าตรงตามประเภทที่อยู่ภายใต้มาตรการหรือไม่


ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวอย่างไร?

เพื่อให้พร้อมก่อนถึงกำหนดบังคับใช้ ผู้ประกอบการรถบรรทุกสามารถเตรียมความพร้อมได้ดังนี้

1. ตรวจสอบประเภทรถ

ตรวจสอบว่ารถบรรทุกของบริษัทอยู่ในกลุ่มรถที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยกหรือไม่

2. ตรวจสอบระบบกระบะยก

ตรวจสอบระบบไฮดรอลิก กลไกการยกและลดกระบะ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

3. ติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือน

จัดเตรียมอุปกรณ์แจ้งเตือนทั้ง สัญญาณไฟและเสียง โดยติดตั้งในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน

4. ทดสอบระบบก่อนใช้งาน

ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์แจ้งเตือนทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนดทุกครั้งก่อนนำรถออกใช้งาน

5. อบรมพนักงานขับรถ

ผู้ประกอบการควรสร้างความเข้าใจให้พนักงานขับรถเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้งานรถ โดยเฉพาะการตรวจสอบกระบะก่อนเดินทาง

6. ตรวจสอบ PTO ก่อนนำรถออก

ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบระบบ PTO (Power Take-Off) และดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนขับรถออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน

การบังคับใช้มาตรการ

แผนการบังคับใช้มาตรการเป็นระยะ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับรถจดทะเบียนใหม่และรถที่จดทะเบียนไว้แล้ว

กลุ่ม กำหนดการ
รถจดทะเบียนใหม่ เริ่ม 1 ตุลาคม 2569
รถที่จดทะเบียนแล้ว ทยอยบังคับใช้ตามงวด
งวดที่ 2 1 เมษายน 2570
งวดที่ 3 1 กรกฎาคม 2570
งวดที่ 4 1 ตุลาคม 2570
งวดที่ 5 1 มกราคม 2571

ประโยชน์ของระบบแจ้งเตือนกระบะยกดัมพ์

การติดตั้งระบบแจ้งเตือนมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานรถบรรทุก โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากการลืมตรวจสอบกระบะ

ประโยชน์ที่สำคัญ ได้แก่

  • ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของผู้ขับขี่
  • ช่วยเตือนเมื่อกระบะถูกยกขึ้น
  • ช่วยเตือนเมื่อกระบะยังลดลงไม่สุด
  • เพิ่มความปลอดภัยก่อนนำรถออกใช้งาน
  • ลดความเสี่ยงต่อสะพานและโครงสร้างพื้นฐาน
  • ลดโอกาสเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • ส่งเสริมมาตรฐานความปลอดภัยของรถบรรทุก

ผู้ขับรถบรรทุกควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนออกเดินทาง?

ก่อนนำรถบรรทุกยกเทออกสู่ถนน ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบความพร้อมของรถทุกครั้ง โดยเฉพาะ

กระบะบรรทุก
ต้องตรวจสอบว่าลดลงจนสุดและอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย

ระบบแจ้งเตือน
ตรวจสอบไฟและเสียงแจ้งเตือนว่าสามารถทำงานได้ตามปกติ

ระบบ PTO
ตรวจสอบและปลดระบบตามขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนเคลื่อนรถ

สภาพโดยรอบรถ
ตรวจสอบว่าบริเวณโดยรอบไม่มีสิ่งกีดขวางหรือบุคคลที่อาจได้รับอันตราย


สรุป : ต้องให้ความสำคัญกับระบบแจ้งเตือน

มาตรการ ติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยกดัมพ์ เป็นแนวทางในการเพิ่มความปลอดภัยสำหรับรถบรรทุกยกเท โดยเน้นป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้ขับขี่ เช่น การลืมลดกระบะลงจนสุดหรือลืมปลดระบบ PTO

เจ้าของรถ ผู้ประกอบการ และพนักงานขับรถควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งการตรวจสอบประเภทของรถ การติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือน การตรวจสอบระบบ และการอบรมผู้ขับขี่

เพราะ การตรวจสอบกระบะก่อนออกเดินทางเพียงไม่กี่วินาที อาจช่วยป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายครั้งใหญ่ได้

รถบรรทุก-ยกเทคืออะไร?

รถบรรทุกยกเท หรือรถดัมพ์ เป็นรถบรรทุกที่มีตัวถังสามารถยกขึ้นเพื่อเทวัสดุที่บรรทุก เช่น ดิน หิน ทราย หรือวัสดุก่อสร้าง

อุปกรณ์แจ้งเตือนกระบะยกมีไว้เพื่ออะไร?

มีไว้เพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อกระบะถูกยกขึ้นหรือยังลดลงไม่สุด ช่วยลดความเสี่ยงจากการลืมตรวจสอบกระบะก่อนนำรถออกเดินทาง

ระบบแจ้งเตือนกระบะยกต้องมีอะไรบ้าง?

ระบบแจ้งเตือนประกอบด้วย สัญญาณแสงและเสียง ซึ่งต้องติดตั้งในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน

เริ่มใช้มาตรการเมื่อไร?

รถจดทะเบียนใหม่เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ส่วนรถที่จดทะเบียนแล้วมีการทยอยบังคับใช้ตาม Roadmap ที่กำหนด

หากกระบะลดลงไม่สุด ระบบจะทำอย่างไร?

ระบบจะแจ้งเตือนจนกว่ากระบะจะลดลงจนสุด เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่ากระบะยังอยู่ในตำแหน่งที่ต้องตรวจสอบ

----------------------