คู่มือ “การอบรมใบอนุญาตขับรถ” ฉบับเข้าใจง่าย : ทำใหม่หรือต่ออายุ ต้องรู้อะไรบ้าง? (อัปเดตล่าสุด)
หลายคนที่กำลังวางแผนจะทำใบขับขี่ใหม่ หรือถึงเวลาต้องต่ออายุใบขับขี่ อาจจะเกิดความสงสัยว่า “ยังต้องไปนั่งอบรมที่ขนส่งอยู่ไหม?” หรือ “อบรมออนไลน์ได้หรือเปล่า?”
การเข้ารับ “การอบรมใบอนุญาตขับรถ” ถือเป็นด่านสำคัญที่ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นการเรียนรู้กฎกติกาเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน บทความนี้จะสรุปทุกเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการอบรมใบขับขี่ในยุคปัจจุบัน แบบภาษาคนทั่วไป อ่านปุ๊บ เข้าใจปั๊บครับ!
ทำไมต้องมีการอบรมใบอนุญาตขับรถ?
กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้มีการอบรม เพื่อให้ผู้ขับขี่ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ:
-
กฎหมายจราจร : กฎ กติกา มารยาท ที่อัปเดตใหม่ๆ
-
เครื่องหมายจราจร : ป้ายต่างๆ ที่เราเห็นบนถนนมีความหมายว่าอย่างไร
-
การขับขี่อย่างปลอดภัย : เทคนิคการลดอุบัติเหตุ และการมีจิตสำนึกสาธารณะ
สรุปง่ายๆ คือ การอบรมช่วยให้เรา “ขับเป็น” และ “ขับปลอดภัย” ไม่ใช่แค่ “ขับได้” เท่านั้นครับ
ใครบ้างที่ต้องเข้ารับการอบรม?
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ครับ
1. ผู้ที่ทำใบขับขี่ใหม่ (ครั้งแรก)
-
จำเป็นต้องอบรมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
-
ต้องอบรมหลักสูตรเต็ม เพื่อปูพื้นฐานความรู้ทั้งหมดก่อนไปสอบข้อเขียนและสอบปฏิบัติ
2. ผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่
-
กรณีต่อก่อนหมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี : อาจไม่ต้องอบรม (ขึ้นอยู่กับประเภทใบขับขี่ แต่ส่วนใหญ่ปัจจุบันแนะนำให้อบรมออนไลน์เพื่อความรวดเร็ว)
-
กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป : จำเป็นต้องกลับมาอบรมใหม่ และอาจต้องสอบข้อเขียนหรือสอบปฏิบัติเพิ่มด้วย
ยุคใหม่ สะดวกกว่าเดิม: อบรมออนไลน์ vs ออฟไลน์
ปัจจุบันเรามีทางเลือกในการอบรมที่สะดวกขึ้นมาก โดยแบ่งเป็น 2 ช่องทางหลัก
1. การอบรมออนไลน์ (DLT e-Learning)
นี่คือทางเลือกยอดฮิตสำหรับยุคนี้!
-
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการ “ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ” (เป็นหลัก) และผู้ที่ใบขับขี่สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี
-
ข้อดี: สะดวกมาก ทำที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปขนส่ง
-
วิธีทำ: เข้าไปที่เว็บไซต์ www.dlt-elearning.com ลงทะเบียน ดูวิดีโอให้จบ และตอบคำถามระหว่างดู
-
ข้อควรระวัง: ผลการอบรมออนไลน์มีอายุ 90 วัน (บางช่วงเวลาอาจปรับเป็น 6 เดือน ควรเช็กประกาศล่าสุด) เมื่ออบรมเสร็จต้องรีบจองคิวไปถ่ายรูปทำบัตรนะครับ
2. การอบรมที่สำนักงานขนส่ง หรือ โรงเรียนสอนขับรถ (ออฟไลน์)
วิธีคลาสสิกที่ยังจำเป็นสำหรับบางกลุ่ม
-
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ “ทำใบขับขี่ใหม่ครั้งแรก” หรือผู้ที่ใบขับขี่ขาดเกินกำหนดนานๆ ที่ระบบไม่อนุญาตให้อบรมออนไลน์
-
ข้อดี: ได้เรียนกับวิทยากรโดยตรง สอบถามข้อสงสัยได้ทันที
-
วิธีทำ: ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เพื่อระบุวันและเวลาที่จะเข้าไปนั่งอบรมที่สำนักงานขนส่ง
ต้องอบรมกี่ชั่วโมง? (สรุปแบบเข้าใจง่าย)
ระยะเวลาในการอบรมขึ้นอยู่กับว่าคุณมาทำอะไรครับ
| ประเภทผู้เข้ารับการอบรม | ระยะเวลาโดยประมาณ | เนื้อหาหลัก |
| ทำใบขับขี่ใหม่ (ส่วนบุคคล) | 5 ชั่วโมง | กฎหมาย, การขับขี่ปลอดภัย, มารยาท, การปฐมพยาบาล |
| ต่ออายุ (ส่วนบุคคล) – ออนไลน์ | 1 ชั่วโมง | ทบทวนกฎจราจร, จิตสำนึกการขับขี่ |
| ต่ออายุ (ขนส่งสาธารณะ) | 2 ชั่วโมง | เน้นการให้บริการและหน้าที่ผู้ขับรถสาธารณะ |
| ใบขับขี่ขาดเกิน 1 ปี | 2 – 5 ชั่วโมง | ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ขาด |
หมายเหตุ: เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก
สรุปขั้นตอนง่ายๆ ก่อนไปอบรม
-
เช็กสถานะตัวเอง : จะทำใหม่ หรือจะต่ออายุ? ใบขับขี่เดิมขาดนานแค่ไหน?
-
เลือกช่องทาง : ถ้าต่ออายุ ลองเช็กระบบ DLT e-Learning ก่อนว่าทำออนไลน์ได้ไหม ถ้าทำใหม่ ต้องไปขนส่งแน่นอน
-
จองคิว (สำคัญมาก) : หากต้องไปขนส่ง โหลดแอป DLT Smart Queue แล้วจองคิวล่วงหน้า อย่า Walk-in ไปเสี่ยงดวง
-
เตรียมตัวให้พร้อม : ถ้าอบรมออนไลน์ หามุมสงบๆ ตั้งใจดูวิดีโอ ถ้าไปขนส่ง แต่งกายสุภาพ เตรียมเอกสารให้ครบ
การผ่าน “การอบรมใบอนุญาตขับรถ” ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณเข้าใจขั้นตอนและเตรียมตัวให้ถูกต้อง ก็ช่วยประหยัดเวลา และทำให้คุณเป็นผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพบนท้องถนนแล้วครับ!

