ข้อสอบใบขับขี่พร้อมเฉลย รถที่ใช้เพื่อการขนส่ง รถลากจูง บ.3 ท.3

1. การขับรถลากจูงรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงนั้น ผู้ขับรถจะต้องรู้สิ่งใดบ้าง
ก. น้ำหนักที่บรรทุก
ข. ขีดความสามารถของระบบห้ามล้อของรถ
ค. สมรรถนะของรถ
ง. ถูกทุกข้อ

2. ในการเลี้ยวรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้เลี้ยวมุมแคบที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข. ใช้เกียร์ว่างเพื่อให้รถไหลไปเอง
ค. ลดความเร็วของรถและลดลำดับเกียร์ลงตามความเหมาะสม
ง. ไม่มีข้อถูก

3. รถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงจะวิ่งช้ากว่ารถยนต์อื่นๆ ดังนั้น ผู้ขับรถควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถแซงรถยนต์อื่นเมื่อรู้สึกง่วงนอน
ข. ขับรถด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเมื่อรู้สึกง่วงนอน
ค. ขับรถชิดด้านขวาของทางเดินรถเพื่อป้องกันการตกไหล่ทาง
ง. ให้โอกาสรถอื่นแซงผ่านขึ้นหน้าไปก่อน

4. รถพ่วงหมายถึงรถตามข้อใด
ก. รถที่ใช้ลากจูงรถอื่น
ข. รถที่เคลื่อนที่โดยใช้รถอื่นลากจูง
ค. รถที่มีลักษณะของรถไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง
ง. รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล

5. การเปลี่ยนลำดับเกียร์ของรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงควรคำนึงถึงข้อใด
ก. ความเร็วของรถ
ข. สภาพการจราจร
ค. ความเร็วรอบของเครื่องยนต์
ง. ถูกทุกข้อ

6. ผู้ขับรถลากจูงที่ดีไม่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง
ข. ดื่มสุราก่อนขับรถ
ค. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
ง. วางแผนการเดินทางล่วงหน้า

7. การต่อรถกึ่งพ่วงไม่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ถอยรถลาดจูงเข้าหารถกึ่งพ่วงอย่างช้า ๆ เพื่อให้สลักคิงพิน และสลักปากนกแก้วล็อกกัน
ข. ทำการต่อสายลมเบรก สายไฟฟ้า และตรวจสอบการล็อกของสลักคิงพินกับสลักปากนกแก้ว
ค. ต่อรถกึ่งพ่วงโดยถอยหลังกระแทกอย่างแรง
ง. เคลื่อนรถลากจูงให้ตรงกับรถกึ่งพ่วง

8. ข้อใด “ไม่ถูกต้อง” ในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงลงทางลาดชัน
ก. ให้ใช้เบรกเท้าอย่างเดียวมาก ๆ ในการชะลอความเร็ว
ข. ควรใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็ว
ค. ในการใช้เบรกให้ใช้เบรกเท้าร่วมกับเบรกรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงในการชะลอความเร็ว
ง. ถูกทุกข้อ

9. ข้อใดไม่ใช่ข้อห้ามในการปฏิบัติสำหรับผู้ขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง
ก. เหยียบคลัตช์หรือใช้เกียร์ว่างในขณะขับรถลงทางลาดชัน
ข. ขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด
ค. ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ง. นำรถที่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับล็อกตู้สินค้ามาใช้ในการขนส่งตู้บรรทุกสินค้า

10. รูปภาพนี้เป็นลักษณะของรถตามข้อใด
รถพ่วง
ก. รถลากจูง
ข. รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
ค. รถพ่วง
ง. รถกึ่งพ่วง

11. ผู้ขับรถลากจูงที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร
ก. วางแผนการเดินทางล่วงหน้า
ข. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
ค. ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง
ง. ถูกทุกข้อ

12. ข้อใดถูกต้องในการขับรถขึ้นทางลาดชัน
ก. ใช้ความเร็วต่ำและเคลื่อนรถขึ้นอย่างช้า ๆ และด้วยความระมัดระวัง
ข. ใช้เกียร์สูง
ค. ให้ใช้แรงม้าที่สูงสุดเท่านั้น
ง. ใช้ความเร็วสูง

13. การปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงควรทำในกรณีใด
ก. ขณะไม่มีสิ่งของบรรทุกอยู่บนรถ
ข. ขณะที่รถยังมีการเคลื่อนที่
ค. ขณะบรรทุกสิ่งของอยู่เต็มบนรถ
ง. ขณะทำการบรรทุกแต่สิ่งของอยู่ด้านท้ายของรถกึ่งพ่วง

14. ข้อใดกล่าวถูกต้องถูกต้องเกี่ยวกับน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกของรถกึ่งพ่วง
ก. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วนจะเฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง
ข. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจะลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง
ค. น้ำหนักรถร่วมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจะลงบนเพลาล้อของรถกึ่งพ่วง
ง. ไม่มีข้อใดถูก

15. การขับรถเข้าทางโค้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ผู้ขับรถควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายให้เหมาะสม
ข. ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดหรือเครื่องหมายจราจรแสดงไว้และขับรถด้วยความระมัดระวัง
ค. รักษาระดับความเร็วให้คงที่จนกว่าจะถึงทางตรงแล้วจึงเพิ่มความเร็วขึ้น
ง. ถูกทุกข้อ

16. หากจำเป็นต้องปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงในกรณีที่มีน้ำหนักบรรทุกอยู่บนรถกึ่งพ่วงไม่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ต้องหมุนเท้าค้ำยันขึ้นตั้งรับโดยเผื่อขึ้นไปเพื่อลดแรงกดกับจานหมุน
ข. ต้องหาพื้นที่ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักตัวรถรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกได้อย่างมั่นคง
ค. ตั้งเท้าค้ำยันแล้วเคลื่อนรถลากจูงออกอย่างรวดเร็ว
ง. ถูกทุกข้อ

17. การเบรกอย่างรุนแรงมีผลต่อรถลากจูงรถพ่วงอย่างไร
ก. ทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงชำรุดได้
ข. ช่วยยืดอายุการทำงานของเบรก
ค. ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
ง. ทำให้หยุดรถได้อย่างปลอดภัย

18. รถที่ใช้ในงานเกษตรกรรม
รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
ก. รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
ข. รถพ่วง
ค. รถลากจูง
ง. รถกึ่งพ่วง

19. เมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรงก่อนเข้าโค้งแล้ว ล้อรถลากจูงหยุดหมุนหรือล็อก จะมีผลเกิดขึ้นอย่างไร
ก. ทำให้รถลากจูงหักพับคล้ายมีดพับ
ข. ทำให้เกิดการแหกโค้งหรือลื่นไถลออกนอกโค้งได้
ค. ทำให้ตัวรถกึ่งพ่วงเหวี่ยงออกนอกโค้ง
ง. ไม่มีข้อใดถูก

20. การต่อรถกึ่งพ่วงทำอย่างไรจึงจะทราบว่าสลักปากนกแก้วได้ล็อกสลักคิงพินเรียบร้อยแล้ว
ก. ถอยหลังรถลากจูงกระแทกซ้ำอย่างแรง
ข. เดินหน้ารถอย่างรวดเร็ว
ค. ตรวจสอบด้วยตนเอง
ง. ไม่มีข้อใดถูก

21. รูปภาพนี้เป็นลักษณะของรถตามข้อใด
รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
ก. รถลากจูง
ข. รถกึ่งพ่วง
ค. รถพ่วง
ง. รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว

22. ในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงผู้ขับรถไม่ควรปฏิบัติตามข้อใด
ก. ขับรถชิดไหล่ทางมากเกินไปในขณะฝนตกหรือไหล่ทางนุ่ม
ข. ห้ามล้อทันทีทันใดโดยไม่จำเป็น
ค. การหักเลี้ยววงแคบ
ง. ไม่ควรปฏิบัติทุกข้อ

23. การขับรถเข้าทางโค้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ผู้ขับรถควรปฏิบัติอย่างไร
ก. รักษาระดับความเร็วให้คงที่จนกว่าจะถึงทางตรงแล้วจึงเพิ่มความเร็วขึ้น
ข. ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดหรือเครื่องหมายจราจรแสดงไว้และขับรถด้วยความระมัดระวัง
ค. ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายให้เหมาะสม
ง. ถูกทุกข้อ

24. ข้อใดไม่ได้หมายถึงรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
ก. รถบรรทุกส่วนบุคคล
ข. รถที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเองต้องใช้รถอื่นลากจูง
ค. รถที่ใช้บรรทุกวัสดุยาว
ง. รถที่มีโครงโลหะที่สามารถปรับความยาวของช่วงล้อได้

25. ในการขับรถลากจูงรถพ่วงเลี้ยวถอยหลังโดยใส่สลักล็อกไว้จะมีผลอย่างไร
ก. อายุการใช้งานของจานหมุนจะสั้นลง
ข. ยางล้อหน้าจะสึกหรอมาก
ค. ระบบรองรับน้ำหนักจะสึกหรอมาก
ง. ถูกทุกข้อ

26. ขณะขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ถ้ารู้สึกง่วงนอนควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นประสาทผสมอยู่
ข. ขับรถด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น
ค. จอดรถพักผ่อนชั่วคราว
ง. ขับรถแซงรถคันอื่นให้ได้มากที่สุด

27. ในกรณีที่ผู้ขับรถลากจูงได้ตรวจสอบอุปกรณ์และส่วนควบของรถก่อนนำออกใช้แล้วพบว่าชำรุดควรปฏิบัติอย่างไร
ก. แจ้งให้เจ้าของรถทราบเพื่อซ่อมแซม และไม่นำรถออกใช้งานเป็นอันขาดจนกว่าจะซ่อมแซมเสร็จ
ข. แจ้งให้เจ้าของรถทราบแล้วนำรถนั้นไปใช้งานตามปกติ
ค. นำรถไปใช้ให้เสร็จงานในวันนั้นก่อนจึงทำการซ่อมแซม
ง. ขับรถนั้นไปซ่อมที่อู่

28. การขับรถบนสภาพถนนในข้อใดจะทำให้แหนบรถพ่วงหักหรือชำรุดได้
ก. คอสะพานที่ทรุดตัวลงมาก ๆ
ข. ถนนที่เป็นทางโค้ง
ค. ถนนที่มีหลุมขนาดใหญ่
ง. ถูกทุกข้อ

29. การขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงในกรณีใด รถมักจะส่ายทำให้ควบคุมยากและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
ก. ขับรถด้วยความเร็วสูง
ข. ขับรถด้วยความเร็วต่ำ
ค. ขับรถถอยหลังด้วยความระมัดระวัง
ง. ขับรถขึ้นทางลาดชันด้วยเกียร์ต่ำอย่างช้า ๆ

30. การขับรถกึ่งพ่วงถอยหลังควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ถอยหลังด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ
ข. ให้สัญญาณเตือนทุกครั้ง
ค. ไม่ควรถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ง. ถูกทุกข้อ

31. ขณะขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ถ้ารู้สึกง่วงนอนควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นประสาทผสมอยู่
ข. จอดรถพักผ่อนชั่วคราว
ค. ขับรถแซงรถคันอื่นให้ได้มากที่สุด
ง. ขับรถด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น

32. การขับรถขึ้นทางลาดชันควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์
ข. ใช้เกียร์ต่ำและเคลื่อนรถขึ้นอย่างช้า ๆ
ค. ควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเมื่อเกือบถึงจุดสูงสุดของเนินลาดชันเพื่ออาศัยแรงเฉื่อยของรถนำรถ เคลื่อนผ่านจุดสูงสุดของเนินไป
ง. ถูกทุกข้อ

33. การต่อรถพ่วงโดยการถอยหลังกระแทกอย่างแรงจะเกิดผลอย่างไร
ก. ทำให้การล็อกของสลักคิงพินและสลักปากนกแก้วแน่นสนิทยิ่งขึ้น
ข. ทำให้สลักคิงพินและชุดสลักปากนกแก้วชำรุดได้
ค. ไม่มีข้อใดถูก
ง. ทำให้ระบบเบรกและระบบไฟฟ้าของรถพ่วงใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

34. การขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงในระยะทางไกล ผู้ขับรถควรหลีกเลี่ยงข้อใด
ก. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านชุมชนหนาแน่นหรือมีการจราจรพลุกพล่าน
ข. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่คดเคี้ยวและแคบ
ค. หลีกเลี่ยงการดื่ม
ง. ถูกทุกข้อ

35. การออกรถควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ออกรถโดยไม่ต้องสังเกตพื้นที่บริเวณรอบข้าง
ข. เคลื่อนรถออกด้วยเกียร์ต่ำให้เหมาะสมและด้วยความระมัดระวัง
ค. ให้เคลื่อนรถออกอย่างรวดเร็ว
ง. ใช้เกียร์สูง

36. การปลดรถพ่วงออกจากรถลากจูงควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ปิดวาล์วลมเบรกที่ท้ายรถลากจูง
ข. จอดรถให้นิ่งโดยให้ตัวรถลากจูงตรงกับรถพ่วง
ค. ถอดสายลมเบรกและสายไฟฟ้าเก็บให้เรียบร้อย
ง. ถูกทุกข้อ

37. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกของรถพ่วง
ก. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดลงบนเพลาล้อสมบูรณ์ในตัวรถพ่วงเอง
ข. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วนจะเฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถพ่วง
ค. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจะลงบนเพลาล้อของรถลากจูง
ง. น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วนเฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถลากจูง

38. การปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เคลื่อนรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงตรงกัน
ข. ปิดวาล์วลมเบรกและเก็บสายลมเบรก สายไฟฟ้าให้เรียบร้อย
ค. ตั้งเท้าค้ำยันรับตัวรถกึ่งพ่วงแล้วจึงปลดสลักปากนกแก้วที่จานลาก
ง. ถูกทุกข้อ

39. . ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่รถที่มีลักษณะคล้ายรถกึ่งพ่วงที่เรียกว่า“รถสาลี่” จึงไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้งาน
ก. บรรทุกได้มากที่สุด
ข. ไม่มีอุปกรณ์ห้ามล้อในส่วนรถกึ่งพ่วง
ค. ไม่มีโครงคัสซีที่ปรับความยาวได้
ง. ไม่มีจานล้อที่ห้า

40. การหยุดรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงเพื่อให้เกิดความปลอดภัยควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้เกียร์ว่างเพื่อให้รถไหลไปและหยุดเองในที่สุด
ข. ใช้เบรกไอเสียในการชะลอความเร็วของรถลงและเปลี่ยนเกียร์มาอยู่ที่เกียร์ลำดับต่ำ
ค. ใช้เบรกมือในการหยุดรถ
ง. ไม่มีข้อใดถูก

41. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการบรรทุกน้ำหนักของรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง
ก. น้ำหนักสูงสุดไม่ควรเกินกำหนด
ข. รถที่ติดตั้งถังจะต้องติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถกระจายน้ำหนักบรรทุกลงบน เพลาหน้า และเพลาหลังได้อย่างเหมาะสม
ค. ให้ของที่มีน้ำหนักมากอยู่ข้างล่าง
ง. ถูกทุกข้อ

42. ข้อใดถูกต้องในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงถอยหลัง
ก. การถอยหลังในที่คับขันจำเป็นต้องมีผู้คอยดูท้ายรถให้
ข. ควรถอยอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวังและให้สัญญาณในการถอยหลังทุกครั้ง
ค. บริเวณที่จะถอยหลังต้องไม่มีสิ่งกีดขวางหรือยานพาหนะอื่น
ง. ถูกทุกข้อ

43. ข้อใดควรปฏิบัติในการต่อรถกึ่งพ่วง
ก. ต่อรถกึ่งพ่วงโดยตัวรถลากจูงไม่ตรงกับรถกึ่งพ่วง
ข. ทำการต่อสายลมเบรก สายไฟฟ้า และตรวจสอบการล็อกของสลักคิงพินกับสลักปากนกแก้ว
ค. ต่อรถกึ่งพ่วงเมื่อฐานสลักคิงพินต่ำกว่าแป้นจานลาก
ง. ต่อรถกึ่งพ่วงโดยถอยหลังกระแทกอย่างแรง

44. การใช้รอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่รอบสูง ๆ โดยไม่จำเป็นนั้นจะมีผลเสียต่อรถอย่างไร
ก. ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ข. ทำให้ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
ค. ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและเกิดการสึกหรอ
ง. ทำให้รถเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวล

45. ในการขับรถลากจูงรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงนั้น ผู้ขับรถควรปฏิบัติตามข้อใด
ก. หลีกเลี่ยงการเบรกอย่างรุนแรง
ข. กรณีขับรถลากจูงรถพ่วง เวลาถอยหลังทางตรงให้ใส่สลักจานหมุนทุกครั้ง
ค. ขับรถด้วยความระมัดระวัง
ง. ถูกทุกข้อ

46. ลักษณะของรถลากจูงรถกึ่งพ่วงข้อใดที่เกิดจากการห้ามล้ออย่างรุนแรงขณะเข้าโค้ง
ก. การที่ตัวรถกึ่งพ่วงเหวี่ยงออกนอกโค้ง
ข. การหักพับคล้ายมีดพับของรถลากจูง
ค. การแหกโค้ง
ง. ถูกทุกข้อ

47. ก่อนนำรถลากจูงรถกึ่งพ่วงออกใช้งาน ผู้ขับรถต้องตรวจสอบอะไรบ้าง
ก. ตรวจสอบความดันลมของยางให้ถูกต้องตามที่ผู้ผลิตกำหนด
ข. ตรวจสอบหัวต่อสายลมเบรกให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย
ค. ตรวจสอบระบบไฟให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งาน
ง. ถูกทุกข้อ

48. ในการขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ผู้ขับรถควรปฏิบัติตามข้อใด
ก. ขับรถชิดไหล่ทางมากเกินไปในขณะฝนตกหรือไหล่ทางนุ่ม
ข. การหักเลี้ยววงแคบ
ค. ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง
ง. ห้ามล้อทันทีทันใดโดยไม่จำเป็น

49. การปลดรถกึ่งพ่วงออกจากรถลากจูงให้ใช้สิ่งใดในการองรับน้ำหนักของรถกึ่งพ่วง
ก. หมอนหนุนล้อ
ข. ปากนกแก้ว คิงพิน
ค. เท้าค้ำยัน
ง. เพลาล้อ

50. ห้ามผู้ขับรถลากจูงรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงปฏิบัติตามข้อใด
ก. ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ข. เหยียบคลัตช์หรือใช้เกียร์ว่างในขณะขับรถลงทางลาดชัน
ค. นำรถบรรทุกที่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับล็อกตู้สินค้ามาใช้ในการขนส่งตู้บรรทุกสินค้า
ง. ถูกทุกข้อ

51. รูปภาพนี้เป็นลักษณะการใช้งานของรถตามข้อใด
รถลากจูงรถกึ่งพ่วงใช้ขนส่งผู้โดยสาร
ก. รถลากจูงรถกึ่งพ่วงใช้ขนส่งผู้โดยสาร
ข. รถลากจูงรถกึ่งพ่วง
ค. รถที่ใช้งานเกษตรกรรม
ง. รถลากจูงรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว

52. การขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงแซงเพื่อขึ้นหน้ารถอื่นนั้นจะกระทำได้ตามข้อใด
ก. เมื่อเวลาที่มีหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก
ข. เมื่อเห็นว่าเหมาะสมและปลอดภัยจริง ๆ โดยระยะห่างจากรถที่สวนมาต้องไกลพอที่จะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ค. เมื่อรถที่วิ่งอยู่ข้างหน้าวิ่งด้วยความเร็วสูงกว่า
ง. เมื่อมีความรู้สึกง่วงนอนเพื่อให้รู้สึกตื่นตัว

53. ในการเลี้ยวรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ลดความเร็วของรถและลดลำดับเกียร์ลงตามความเหมาะสม
ข. ใช้เกียร์ว่างเพื่อให้รถไหลไปเอง
ค. ให้เลี้ยวมุมแคบที่สุดเท่าที่จะทำได้
ง. ไม่มีข้อใดถูก

54. ในการบรรทุกเสาเข็มงานก่อสร้างหรือท่อนซุงที่มีความยาวมาก เพื่อให้เหมาะสมกับงานและเกิดความปลอดภัยต้องใช้รถตามข้อใด
ก. รถลากจูงรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
ข. รถสาลี่
ค. รถสิบล้อ
ง. รถที่ใช้ในงานเกษตรกรรม

55. การขับรถขึ้นทางลาดชันควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์
ข. ใช้เกียร์ต่ำและเคลื่อนรถขึ้นอย่างช้า ๆ
ค. ควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเมื่อเกือบถึงจุดสุดยอดของเนินลาดชันเพื่ออาศัยแรงเฉื่อยของรถนำรถเคลื่อนผ่าน จุดสูงสุดของเนินไป
ง. ถูกทุกข้อ